Showing posts with label chantaburifishing. Show all posts
Showing posts with label chantaburifishing. Show all posts

ประวัติSHIMANO


SHIMANO เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยี

“Closer to Nature…Closer to People, ”

...ใกล้ชิดธรรมชาติ ใกล้ชิดผู้คน…

นี่คือคำขวัญของ Shimano inc.บริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการจักรยานและอุปกรณ์ตกปลาระดับโลก นักตกปลาหากนึกถึงอุปกรณ์ตกปลาหลายคนคงรู้จักShimano เป็นอย่างดี Shimano คือรอกตกปลาที่อยู่ในมือนักตกปลามากมายในบ้านเราและทั่วโลก เทคโนโลยีและศักยภาพด้านอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นที่ได้สั่งสมเอาไว้ตั้งแต่ยุค เริ่มแรกก็มีส่วนผลักดันให้ชื่อของ Shimano ครองใจนักตกปลาทั่วโลก ด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า เทคโนโลยีในการผลิตสินค้าที่ล้ำสมัยและเปี่ยมไปด้วยคุณภาพออกสู่ตลาดโลก Shimano จึงก้าวขึ้นสู่เบอร์ 1 ของอุปกรณ์ตกปลาระดับโลกและยังเป็นชื่อที่ทำให้นักตกปลาทั่วโลกทึ่งและ ยกย่องในความล้ำหน้าของพวกเขาอยู่เสมอ

ความเป็นมาของ Shimano นับว่าน่าทึ่งมากพอสมควร จากบริษัทผลิตอะไหล่จักรยาน ชิ้นส่วนเฟืองที่เรียกว่า สเตอร์หรือฟรีล้อหลังรถจักรยาน ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1921 โดย โชซาบูโร ชิมาโน่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นกำลังตื่นตัวทางด้านอุตสาหกรรมอย่างหนักภายหลัง การเปิดประเทศเพื่อการพัฒนา ช่วงเวลานั้นญี่ปุ่นเป็นประเทศเอเชียที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาการและ อุตสาหกรรมมากที่สุดในโลกตะวันออก ในช่วงเวลานี้เองธุรกิจผลิตอะไหล่จักรยานของพวกเขาเติบโตอย่างน่าทึ่ง หลังจากดำเนินกิจการไปได้เพียง 10 ปี สินค้าของ Shimanoได้รับคำสั่งซื้อและส่งออกชิ้นส่วนไปยังต่างประเทศเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1931 ธุรกิจของพวกดำเนินไปได้ดีจนกระทั่งประสบปัญหาจากภัยสงครามในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 หลังจากสงครามสงบพวกเขาและทุกคนก็เริ่มฟื้นตัว


กิจการของตระกูล Shimano เริ่มเดินหน้าอีกครั้ง พวกเขาปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจกันอีกครั้งและเปลี่ยนชื่อเป็น Shimano Industrial Co.ltd ในปี ค.ศ.1951 และShimano ก็ทำให้โลกได้ทึ่งเมื่อพวกเขาได้ผลิตเกียร์ดุม 3 สปีด ออกมาจำหน่าย ในปี ค.ศ. 1957และมันประสบความสำเร็จในงานInternational Toy and Cycle show(in New York) หลังจากนั้น Shimano ก็บุกตลาดสหรัฐอย่างจริงจังในปีถัดมา Shimano ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สินค้าของพวกเขาได้รับการตอบรับจากทุกๆตลาดที่ Shimano ได้บุกเข้าไป ในปี ค.ศ.1965 พวกเขาก่อตั้งบริษัท Shimano American Corporation เพื่อลงหลักปักฐานในอเมริกา และในปีเดียวกันนั้น Shimano บุกตลาดตลาดยุโรปอย่างจริงจังในงาน Milan Bicycle Show ที่ประเทศอิตาลี

จุกหักเหครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1970 Shimano พวกเขาทำในสิ่งที่พวกเขาไม่เคยทำมาก่อน Shimanoผลิตสินค้าใหม่นั่นคืออุปกรณ์ตกปลา และในปี ค.ศ.1978 รอกตกปลาตระกูล Bantam series ก็ถูกส่งออกมา ทำตลาด ซึ่งรอกตระกูลนี้สร้างชื่อให้กับ Shimano เป็นอย่างมาก นับเป็นการเปิดศักราชแห่งรอกตกปลาจากโลกตะวันออกที่กำลังท้าทายเจ้าตลาด อุปกรณ์ตกปลาจากฝั่งอเมริกาและยุโรปบ้างแล้ว และในระหว่างนั้นธุรกิจของShimano ยังแผ่ขยายสาขาด้วยการบุกตลาดยุโรป แคนาดา เอเชียตะวันออกฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง บริษัทลูกของ Shimano ได้ก่อตั้งขึ้นในเยอรมัน สิงค์โปร์ แคนาดาและแคลิฟอร์เนีย,สหรัฐอเมริกา สินค้าแบรนด์Shimano ได้รับการยอมรับจากทั่วทุกมุมโลก


ในปี ค.ศ. 1981 Shimano ส่งคันเบ็ดตระกูล " X-line" series ได้ออกมาสร้างความฮือฮากันอีกครั้ง ขณะเดียวกันธุรกิจของพวกเขาก็เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง อุตสาหกรรมชิ้นส่วนจักรยานของพวกเขาได้รับการยอมรับและเลื่องลือเป็นที่ กล่าวขานไปทั่ว ทีมงานด้านวิศวกรรมของ Shimano ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ๆออกมาสู่สายตาชาวโลกอย่างไม่รู้จักหยุด จุดเด่นของ Shimano คือการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง และไม่ใช่แค่อุตสาหกรรมชิ้นส่วนจักรยาน อุปกรณ์ตกปลาของพวกเขาก็กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องแม้ว่าในช่วงเวลานั้น เจ้าตลาดโลกอุปกรณ์ตกปลาที่เก่าแก่จากฝั่งอเมริกา และยุโรป เช่น Abu Garcia ,Penn, Finnor จะยังครองส่วนแบ่งและได้รับการยอมรับจากนักตกปลามากกว่า ไหนจะต้องสู้กับคู่แข่งสายเลือดเดียวกันอย่าง Daiwa แต่ Shimano ก็ไม่ใช่หมูที่จะให้ใครมาเคี้ยวได้ง่าย ๆ เช่นกัน

ช่วงปลายทศวรรษที่ 80 ธุรกิจของ Shimano เติบโตอย่างต่อเนื่อง สินค้าของพวกเขาได้รับการยอมรับจากผู้ใช้มากยิ่งขึ้น ความนิยมและยอดขายของสินค้าแบรนด์ Shimano ในตลาดยุโรปก็เริ่มเป็นที่รู้จักและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปี ค.ศ.1988 Shimano ได้เปิดสาขาในประเทศอังกฤษ ในปีถัดมาพวกเขาเปิดสาขาในประเทศเนเธอร์แลนด์เพื่อทำตลาดในกลุ่มยุโรปตอนบน และประเทศกุล่มเบเนลักซ์ (เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก)


Shimano ขยายธุรกิจสาขาในอิตาลีและโรงงานในมาเลเซียในปี ค.ศ.1990 ผลิตภัณฑ์ของ Shimano แตกต่างจากสินค้าอื่นๆ ด้วยความพยายามในการคิดค้นระบบใหม่ของทีมวิศกรของพวกเขาเอง ระบบใหม่ๆ ในรถจักรยาน เช่น ระบบขับเคลื่อน Shimano AX (Shimano AX aerodynamic racing component system,1980) ชุดขับเคลื่อน Deore XT ในปี ค.ศ. 1982 ขุดขับเคลื่อน Dura-Ace รุ่นใหม่ พร้อมระบบ Shimano Index System (SIS) ในปี ค.ศ. 1984 ระบบ Shimano Pedaling Dynamics (SPD) และ Dura-Ace dual control levers STI ในปี ค.ศ. 1990

ในปี ค.ศ. 1991 พวกเขาเปลี่ยนชื่อเป็น Shimano Inc.และมีเครือข่ายธุรกิจในอินโดนีเซีย จักรยานและอุปกรณ์ตกปลาของ Shimano เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก แบรนด์ Shimano ทำให้คู่แข่งขันในตลาดอุปกรณ์ตกปลาทั่วโลกสั่นสะเทือน แม้ว่าคู่แข่งจากแผ่นดินเดียวกันอย่าง Daiwa จะมาแรง แต่ Shimano ก็ไม่หยุดยั้งที่จะก้าวต่อไป ในปี ค.ศ. 1992 Shimano เปิดตำนานหน้าใหม่ในวงการตกปลาด้วยรอกตระกูล Stella สายพานการผลิตรอก Stella สร้างชื่อให้ Shimano อย่างมากมายจนถึงทุกวันนี้


ความสำเร็จของ Shimano นอกจากคุณภาพของสินค้าแล้ว เทคโนโลยีที่เหนือกว่าคือสิ่งที่ทำให้สินค้าของ Shimano สร้างความแตกต่างจากสินค้าของคู่แข่งขันในตลาดอุปกรณ์ตกปลา ความเชื่อนี้ถูกตอกย้ำอีกครั้งในปี ค.ศ. 1995 เมื่อ Shimano เอาระบบ SHIP system (Smooth and Hi-Power System) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อนำมาใช้ในรอกตกปลาแบบสปินนิ่ง และแน่นอนว่ารอกตกปลาของ Shimano ได้รับการตอบสนองจากนักตกปลาทั่วโลกอย่างล้นหลาม Shimano กำลังทิ้งห่างและปล่อยให้เจ้าตลาดอุปกรณ์ตกปลาเดิมจากยุโรปและอเมริกาทำได้ พียงแค่ฝันหวานกับอดีตไปเสียแล้ว

ความน่าทึ่งของผลิตภัณฑ์ของ Shimano จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อคุณได้สัมผัส นักตกปลาทั่วโลกต่างรู้สึกเหมือนกันเมื่อได้ยินชื่อรอกตกปลาแบรนด์ Shimano พวกเขาจะนึกถึงความนิ่มนวล น้ำหนักที่เบา ความลื่นระดับยอดเยี่ยม สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร สาเหตุเพราะว่า Shimano ไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนา และเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงที่ถูกนำมาใช้ในการผลิตสินค้าออกสู่ตลาด โลก Shimano ผลิตสินค้าระดับไฮเอนด์ออกมาให้ผู้คนในโลกของการตกปลาได้ทึ่งกันอย่างต่อ เนื่อง

สินค้าของ Shimano ได้รับการยกย่องและกวาดรางวัลจากทั่วทุกมุมโลก เสียงโหวตและเสียงชื่นชมมากมายคือคำตอบจากนักตกปลา นวัตกรรมใหม่ๆของ Shimano ก็ยังทยอยออกมาให้โลกได้ทึ่งอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกวันนี้นักตกปลาทั่วโลกก็ยังเพลิดเพลินกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ในอุปกรณ์ตก ปลาของ Shimano ระบบ Digital Control ที่นำมาใช้ป้องกันอาการสายฟู่ระหว่างตีเหยื่อในรอกเบทคาสติ้งที่พัฒนาต่อยอด จาก ระบบ VBS และ ระบบ SVS เครือ Shimano ประสบความสำเร็จด้านยอดขายและความนิยมอย่างล้นหลาม ในขณะที่คู่แข่งขันในตลาดอุปกรณ์ตกปลาของ Shimano ทำได้เพียงแค่ตกตะลึงและนั่งชมความสำเร็จของพวกเขาต่อไป


วันนี้ Shimano ยังขยายสาขาธุรกิจของตนเองออกไป Shimano เปิดสาขาและโรงงานในจีน ไต้หวัน เช็ค และรัสเซีย ในโลกของกีฬากลางแจ้งไม่มีใครกล้าปฏิเสธอีกแล้วว่า Shimano คือผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่างแท้จริงSHIMANO เหนือกว่าได้อย่างไร ผู้ได้สัมผัสเท่านั้นที่จะรู้

=============================

เรียบเรียงโดย จันทบุรีฟิชชิ่ง

=============================



ระบบเบรคของรอกตกปลา drag washers

drag washers

drag washers เป็นชื่อเรียกที่ถูกต้องของระบบแปลว่าลาก แต่บ้านเราเรียกว่าเบรคที่แปลว่าหยุด ในที่นี้จะเรียกว่าแผ่นเบรคเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน จุดหมุ่งหมายของมันคือให้ปลาลากไปแบบหนักๆ หนืดๆ ฝืดๆ ปลาหายใจโดยกรองอากาศผ่านเหงือก เมื่อปลาต้องออกแรงมากก็จะเหนื่อยง่ายกว่าเราที่หายใจด้วยอากาศโดยตรง ทำให้ปลาหมดแรงเร็วนั้นเอง


 drag washers ทำหน้าที่สร้างแรงฝืดให้กับหลอดเก็บสายเอ็น คุณสมบัติของเบรคที่ดีเป็นอย่างไรเรามาดูกันก่อนดีกว่า
 1.ต้องสร้างแรงฝืดได้ดี
 2.ต้องรักษาแรงกดได้อย่างสม่ำเสมอไม่เกิดอาการสะดุดเป็นจังหวะเมื่อแผ่นเบรคร้อน หรือมีแรงกดที่แผ่นเบรค
 3.มีความนุ่มนวลในการทำงานเรียบเนียน
 4.ไม่ลดหรือเพิ่มแรงฝืดเมื่ออยู่ระหว่างการใช้งาน 

ระบบเบรคมีอยู่สองแบบคือ แบบแผ่นเดี่ยวกับแบบหลายแผ่นซ้อนกัน 


1.แบบแผ่นเดี่ยวเป็นแบบแรกที่มีการนำมาใช้งานในยุคต้น จะมีสปูน เฟืองขับอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นที่วางแผ่นเบรค และจะมีแผ่นกดเบรคที่เป็นโลหะปิดทับอยู่อีกที การทำงานจะมีก้านปรับเกลียวขันเข้าไปกดแผ่นกดเบรคให้แน่นเข้า เพื่อสร้างแรงกดอีกทีหนึ่งเราจะพบว่าระหว่างแผ่นกดกับก้านหมุนปรับจะมีแหวนโค้งๆอยู่1-2คู่ แหวนชิ้นนี้ถุกนำมาใส่ไว้เพื่อกระจายแรงกดให้มีระยะการปรับเบรคได้มากขึ้น ละเอียดมากกว่าการกดลงไปตรงๆ ทำหน้าที่คล้ายๆสปริงนั่นเอง โดยมากเราจะยังพบเห็นอยู่ในรอกขนาดใหญ่


2.แบบหลายแผ่นซ้อนกัน ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายด้วยกัน ทั้งรอกสปิน รอกเบท ระบบแผ่นซ้อนหลายแผ่นจะมีความนิ่มนวลสูงให้กำลังแรงกดที่ดี ระบายความร้อนได้ดีกว่าแบบระบบแผ่นเดี่ยว ทำให้การสู้ปลาทำได้ดีขึ้นเพราะความร้อนทำให้แผ่นเบรคเสียสภาพไปได้ง่าย เมื่อมีการระบายความร้อนที่ดีแผ่นเบรคจะคงสภาพอยู่ได้นานยิ่งขึ้น สามารถใช้แผ่นเบรคและแผ่นกดที่มีขนาดเล็กลงทำให้การออกแบบรอกให้ดูสวยงามได้มากขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย


 หลายท่านคงสงสัยระบบการทำงานของชุดเบรคแบบนี่ว่าทำงานได้อย่างไร จุดที่สำคัญของระบบนี้จะอยู่ที่แผ่นกดเบรคที่เป็นโลหะ แกนมือหมุนจะถูกออกแบบมาให้มีด้านที่แบนๆสองด้านถูกทำขึ้นเพื่อล๊อคแผ่นกดเบรคไว้ให้หมุนตามแกนมือหมุน แผ่นกดเบรคชิ้นบนและชิ้นล่างจะทำรูตรงกลางให้มีรูปร่างเหมือนแกนกดเบรค จะเห็นว่าไม่ใช้เป็นรูปวงกลมนั่นเอง ส่วนแผ่นตรงกลางจะมีรูกลางแผ่นเป็นวงกลมแต่ที่ขอบด้านนอกของแผ่นจะทำเป็นติ่งยื่นออกมาฝรั่งเรียกว่าหู ทำเอาไว้ขัดกับรูที่บากไว้ที่เฟืองขับนั้นเองโดยที่แผ่นที่มีหูจะเคลื่อนที่ตามเฟืองขับ เพื่อช่วยสร้างแรงฝืดเมื่อเฟืองถูกแรงดึงจากสายเอ็นให้หมุนเมื่อระบบเบรคทำงาน

 ชนิดของแผ่นเบรคแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ 
คือแผ่นเบรคที่ใช้งานแบบแผ่นแห้งกับแผ่นเบรคที่ใช้งานแบบเปียก ทั้งสองแบบมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือสร้างความฝืดให้กับหลอดเก็บสายนั้นเอง 


1.) ชนิดแผ่นแห้ง มีมากมากหลายชนิด โดยนำมาตัดขึ้นรูปแล้วสามารถนำไปใช้ได้เลยทั้งแบบใช้แผ่นเดี่ยวหรือแบบซ้อนกันหลายแผ่น แผ่นเบรคแบบนี่มักจะพบว่าเป็นแผ่นชนิดแบบแข็งเป็นส่วนมากมีการสึกหลอมากแต่ก็สร้างแรงเสียดทานได้มากเช่นเดียวกัน แผ่นกดเองก็จะมีร่องรอยการสึกหลอเช่นกัน บางครั้งเราจะเห็นว่ามีช่างบางคนใช้จารบีที่มีความหนึดสูงๆทาบนแผ่นเบรคบางๆเพื่อช่วยลดความร้อน,ลดความฝืดและช่วยให้แผ่นเบรคทำงานได้ราบเรียบขึ้นได้อีกทางหนึ่ง แต่มีข้อสังเกตุด้วยว่าแผ่นเบรคแบบแข็งบางชนิดจะเสื่อมสภาพได้เมื่อโดนน้ำมันหรือจารบี

ชนิดของวัสดุที่นำมาทำแผ่นเบรค แบบแห้ง 1.


1. ก๊อกอัดแบบแผ่น ก็อก(Cork) ที่นำมาทำแผ่นเบรค ส่วนใหญ่จะเป็นเศษก๊อกชิ้นเล็กๆอัดขึ้นรูปคุณสมบัติขอกก๊อกแผ่น จะให้สัมผัสที่ราบเรียบ นิ่มนวล และสามารถสร้างแรงเสียดทานได้มากอีกด้วย แต่ยังมีข้อด้อยที่ทนความร้อนได้ไม่สูงนัก เมื่อแผ่นเบรคก๊อกมีความร้อนสูงก็จะเกิดการไหม้ที่พื้นผิวทำให้แรงกดลดลง จากผิวไม้ก๊อกที่เปลี่ยนเป็นคาร์บอนนั่นเอง และแผ่นเบรคก๊อกมีอายุการใช้งานที่ไม่ยาวนานนักและแพ้น้ำมันหรือจารบีทำให้แรงฝืดลดลง 


2.แผ่นหนัง แผ่นหนัง นิยมเอามาทำแผ่นเบรคในยุคต้นๆที่มีความต้องการแรงกดเบรคที่มากขึ้น ด้วยคุณสมบัติที่สร้างแรงเสียดทาน ความฝืดได้ดี มีความยืดหยุ่นไม่แข็งกระด้าง เราจะเลื่อกแผ่นหนังอย่างไรที่จะนำมาใช้ทำแผ่นเบรค แผ่นหนังจะต้องเป็นชนิดหยาบทั้งสองหน้า เราสามารถใช้ได้ทั้งแบบแห้งๆใส่ลงไปได้เลย หรือแบบเปียก โดยการนำไปแช่น้ำมันแบบหลังนี้ให้เราแช่ในน้ำมันเครื่อง ก่อนเราจะนำมาใช้ต้องซับน้ำมันออกให้มากที่สุดก่อนนำมาใส่รอกด้วยนะครับ ความหนาบางจะเป็นปัญหาใหญ่ของแผ่นเบรคชนิดนี้ถ้าจะเปลี่ยนแนะนำให้เราเปลี่ยนแผ่นที่อยู่นอกสุดก่อนเพียงแผ่นเดียว อายุการใช้งานต่ำเช่นเดียวกัน แบบเปียกจะมีอายุการใช้งานสั้นลงอีกพอสมควร 

3.แผ่นประเกนหรือที่เรียกกันเองว่าHT200 ประเก็น ผลิตขึ้นมาจากวัสดุประเภทกระดาษ ผงจากหินหลากหลายชนิด ผสมกับสิ่งอื่นๆ อัดขึ้นรูปเป็นแผ่นแยกคุณภาพของตัวมันเองโดยการทนความร้อนของประเก็นชนิดนั้นๆ คุณสมบัติที่ประเก็นถูกนำมาใช้ทำแผ่นเบรค โดยที่ตัวของมันเองมิได้ถูกผลิตมาเพื่อการใช้งานด้านนี้โดยเฉพาะ แต่สิ่งที่ทำให้ประเกนถูกนำมาใช้งานก็ด้วยเหตุที่ว่ามันมีความคงทนไม่เสียรูปทรง สร้างแรงเสียดทานได้ดี ทนความร้อนได้สูง(ตามชนิดของประเก็นที่เลือกมาใช้งาน) มีความหนาบางให้เลือกมากมาย มีราคาถูกมากอีกด้วย มีข้อดีก็มีข้อเสีย คือประเก็นกระดาษความฝืดจะน้อยเหมาะกับรอกเล็กๆต้องการแรงกดน้อยๆ เรียบๆฝรั่งเรียกสมูตๆอะไรนี่แหละ  แบบที่นิยมใช้เป็นแบบทนความร้อนสูง พวกนี้ความฝืดสูงที่ทำขายกันเป็นชุด จะเอาแผ่นเบรคแบบอื่นผสมลงไปด้วยไม่เช่นนั้นเบรคจะกระด้างมาก 4.


4.แผ่นคาบอนถัก carbontex drag washers (HT100)แบบแข็ง,แบบอ่อน(ใช้ในรอกอาบูรุ่นใหม่,รอกเพนน์)


5.แผ่นC2 (ใช้ในรอกอาบูรุ่นเดิม)


6.แผ่นเทปล่อน Teflon drag washers (ใช้ในรอกDaiwa BG)

-----------------------------อาจมีมากกว่านี้นะครับ-----------------------------



2.) ชนิดเปียก จะทำมาจากวัสดุที่มีรูพรุน เป็นใยอัดหรือถักทอขึ้นรูปแบบผืนผ้า ทำการตัดขึ้นรูปพร้อมใช้เมื่อเรานำมาใช้แผ่นเบรคแบบนี้ต้องมีน้ำมันหรือจารบีทาที่ตัวแผ่นเบรคด้วย เพื่อช่วยการทำงานของแผ่นเบรคในการระบายความร้อน และการทำงานได้อย่างนิ่มนวลเรียบลื่น แผ่นเบรคแบบนี้เหมาะกันรอกขนาดเล็กที่ใช้สายเล็กต้องการความกว้างในการปรับรอบการหมุนของการปรับเบรคที่ละเอียดมากๆได้เป็นอย่างดี แผ่นเบรคแบบเปียกอาจจะไม่ตอบสนองกับผู้ที่ต้องการแรงกดเบรคสูงๆได้เพียงพอกับการใช้งาน
 มีข้อเตือนใจให้กับผู้ใช้งานที่จะเปลี่ยนแผ่นเบรคจากแผ่นแบบเปียกไปเป็นแผ่นแบบแห้งในรอกบางรุ่น อาจจะทำให้เกิดการสึกหลออย่างรุนแรงกับรอกของท่านได้ในทุกชิ้นส่วนทั้งภายนอกและภานใน เนื่องจากการออกแบบรอกมาไม่ได้เผื่อชิ้นส่วนของรอกให้รับกับแรงกดเบรคที่สูงๆได้นั่นเอง

ชนิดของวัสดุที่นำมาทำแผ่นเบรค แบบเปียก


1.แผ่นหนัง


2.ใยผ้าทออัดผสม(ใช้ในรอกShimano) 


3.ใยสังเคราะห์ 


-----------------------------อาจมีมากกว่านี้ครับ-----------------------------


===============================
ขอขอบคุณที่มาดีๆจาก


รูปภาพจาก
กูเกิ้ล 
samaesarnfishing


===============================







เทคนิคการตกปลาน้ำจืด



เทคนิคการตกปลาน้ำจืด 
แบ่งเป็น 2 ประเภท 1.ประเภทตกด้วยเหยื่อสด 2.ประเภทตกด้วยเหยื่อปลอม
======================================
ประเภทที่ตกด้วยเหยื่อสด


1.เหยื่อไส้เดือน 
ใช้ตกปลาแขยง ปลากดเหลือง ปลากดคัง ปลาบู่ ปลาฉลาด ฯลฯ วิธีการก็คือ ฝังคมเบ็ดเข้าทางหัวใหญ่ของตัวใส้เดือนจนมิดเบ็ดแล้วปล่อยไว้ทั้งตัว ปล่อยเหยื่อลงสู่พื้นดิน แล้วหมุนรอกกลับไปให้สายตึง ให้เหยื่อไส้เดือนอยู่ที่พื้น รอปลากินเหยื่อ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกปลาแขยง ปลากด ปลากดคัง ปลาฉลาด ถ้าจะตกปลาคังหรือปลากด อาจใช้ตัวเบ็ดใหญ่อีกหน่อย เพราะปลาพวกนี้ปากกว้าง ควรใช้เหยื่อไส้เดือนเกี่ยวหลายๆตัวรวมกันเป็นพวง ใช้ตกปลาคังจะได้ตัวค่อนข้างใหญ่



2.เหยื่อแมลงสาปขาว 
ตกปลาแขยง ปลากดเหลือง ปลาฉลาด และปลาแรด ต้องเข้าใจก่อนว่าตัวแมลงสาปขาวคือเจ้าแมลงสาปแดงนี่แหละ แต่ที่มีสีขาวคือตอนที่มันลอกคราบตัวอ่อนมันจะมีสีขาว ถ้าถูกแสงแรงๆจะออกสีแดงทันที และมีกลิ่นสาปแรงด้วย ฉะนั้นการเก็บรักษาจะนิยมจับใส่ขวดลิโพแล้วห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์อีกชั้นหนึ่งกันแสงเข้า จะทำให้มันมีสีขาวตลอด เวลานำมาใช้ส่วนมากแมลงสาปขาวมักจะตาย การนำเอาไปใช้จะต้องเก็บไว้ในความเย็น การเกี่ยวเบ็ด ให้เจาะคมเบ็ดลงกลางหัวให้ทะลุอีกด้านหนึ่ง แล้วค่อยเกี่ยวเข้าทะลุลำตัวใหญ่ แล้วหย่อนเหยื่อให้ถึงพื้นดิน แต่ถ้าเป็นปลาแรดต้องปล่อยให้ลึกจากผิวน้ำประมาณ 1 ศอก



3.เหยื่อกุ้งสด กุ้งเป็น 
ตกพวกปลาหมอตาและปลาหมอโค้ว ปลาแรดใช้กุ้งเป็นๆ กุ้งสดใช้ตกปลาแขยงถ้าเป็นเหยื่อกุ้งสดให้ฝังคมเบ็ดเข้าหางด้านในให้ตัวเบ็ดฝังไปตามตัวกุ้ง ทำตัวกุ้งให้เหยียดตรง ให้ปลายคมเบ็ดโผล่กลางท้อง ถ้าเป็นกุ้งเป็นให้เอาคมเบ็ดเกี่ยวเปลือกด้านในออกด้านหลัง ไม่เกี่ยวลึกมากจะทำให้กุ้งตาย ต้องเกี่ยวติดเหลือด้านข้าง ถ้าตกปลกแรดก็วางเบ็ดค่อนข้างตื้น ลึกจากผิวน้ำไม่เกิน 1 ศอก แต่ถ้าตกปลาหมอโค้งหรือปลาหมอตา ก็ควรลงลึกไปประมาณกลางๆ น้ำ ไม่ต้องถึงดิน แต่ถ้าตกพวกปลากดปลาแขยงก็ต้องลงเหยื่อให้ถึงพื้นดิน เหยื่อกุ้งสดหรือกุ้งเป็นก็เป็นที่ชื่นชอบของปลากดและปลาคังเช่นกัน



4.เหยื่อแมลงปอ 
ใช้ตกปลาแรด ปลาหมอ ปลาหมอโค้ว 5. ปลาหมอตะกรับ วิธีเกี่ยวแมลงปอให้เกี่ยวคมเบ็ดเข้าทางหางร้อยให้คมเบ็ดโผล่กลางอก ถ้าใช้ปลาแรดให้หย่อนลงจากผิวน้ำประมาณ 1 ศอก แต่ถ้าเป็นปลาหมอโค้วหรือปลาหมอตาลให้หย่อนลึกประมาณกลางน้ำ หรือเกือบถึงพื้นขึ้นอยู่กับแหล่งปลาด้วย



5.เหยื่อสูตรผสม 
พวกขนมปังปนรำ ใส่หัวเชื้อนมแมว ใช้ตกปลากระมัง ปลากระแห ปลาตะพาก จากการทดลองมาหลายปีพบว่า สูตรสำหรับผสมจะเป็นขนมปังสด ผสมกับรำละเอียดและใส่หัวเชื้อน้ำหอมกลิ่นนมแมว ผสมให้เข้ากันให้พอหมาดๆ ระวังอย่าให้เหลว เพื่อให้ติดกับเบ็ดแน่นๆ ไม่หลุดง่าย


ที่แพน้ำโจนนี้เหยื่อผสมจะใช้ตกปลากระมังเป็นหลัก เพราะมีค่อนข้างชุกชุม เวลาตกควรใช้ลูกหมุน 3 ทางแล้วผูกเบ็ด 2 ตัว ควรใช้เบ็ดขนาดเบอร์ 5 กำลังดี ขณะตกให้หย่อนเหยื่อลงสู่พื้นล่าง และดึงสายตรึงให้ตะกั่วลอยจากพื้น ให้เหยื่อนอนอยู่ที่พื้น รอปลากินเหยื่อ แต่การใช้เหยื่อขนมปังรำนี้ ถ้าลงเหยื่อนานไป เหยื่อจะหมด ต้องเอาเหยื่อขึ้นดูบ่อยๆหน่อย ปกติ หย่อนเหยื่อลงไปซักครู่ พอเหยื่อถึงพื้นสักเดี๋ยวจะถูกปลาตอดเหยื่อแล้ว เทคนิคก็คือ เมื่อหย่อนเหยื่อแล้วต้องปั้นเหยื่อเม็ดเล็กขนาดเม็ดถั่วเขียวหย่อนตรงบริเวณสายเบ็ดที่เราตกอยู่ เพื่อให้ปลาเข้ามาวนกินเหยื่อที่อ่อยไว้ จะทำให้เราตกปลาได้ตลอดเวลา

======================================

 ประเภทการตกด้วยเหยื่อปลอม แบ่งเป็น 3 วิธี คือ 


 1.การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมแบบผิวน้ำ การตกเหยื่อปลอมแบบผิวน้ำ วิธีนี้มีมาประมาณ 10 ปีแล้ว การตกเหยื่อปลอมผิวน้ำ หรือที่เรียกเหยื่อชนิดนี้ว่า เหยื่อบล๊อกๆ เป็นเหยื่อปลาปลอมติดใบพัด ใบพัดมีหน้าที่เป็นเสียงเรียกให้ปลาสนใจแล้วมองเห็นปลาปลอม มันจึงไล่กัด


ส่วนมากเรามีไว้ตกปลาชะโด แต่เจ้าปลากระสูบก็กินเหมือนกัน แต่จะเป็นปลากระสูบขนาดใหญ่เท่านั้น ฉะนั้นแล้วเจ้าเหยื่อบล๊อกๆนี้มีไว้เพื่อปราบชะโดเป็นหลัก วิธีใช้เหยื่อบล๊อกๆที่ถูกต้อง ตัวเหยื่อบล๊อกๆจะเป็นเหยื่อที่มีน้ำหนักมาก ต้องใช้สายใหญ่หน่อย ควรเป็นสายแรงดึงประมาณ 15 ปอนด์ขึ้นไปจะดี แต่เหยื่อต้องแข็งแรง ใบพัดต้องแข็งแรง ส่งเสียงดัง บล๊อก ! เป็นเสียงเรียกที่ไม่ผิดเพี้ยน 


เหยื่อใบพัดเป็นเหยื่อที่มีจุดกำเนิดมาจากตัวเหยื่อกบ ประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนหลังที่เป็นใบพัดจะหมุนตีน้ำดัง บล๊อกๆๆ ปลาอาจฟังว่าเป็นเสียงจ๊อกๆๆแบบกบกระโดดบนผิวน้ำจึงไล่กัด ติดเบ็ดสองทางที่หงายขึ้นไว้เข้าเต็มปาก เมื่อตอนถ่ายทำสารคดีส่องโลกทางช่อง 5 คุณสุธี สุทธิวงศ์ คิดทำเป็นตัวพิเศษเพื่อการถ่ายจะได้เห็นช่วงเวลาที่ปลาฮุบเหยื่อผิวน้ำได้ชัด ดูแล้วเร้าใจ แต่เหยื่อชุดแรกที่เขาถ่ายทำนั้นตัวปลาปลอมจะสั้นกว่าปัจจุบันเล็กน้อย ข้อเสียก็คือตัวเบ็ดตัวท้ายกับตัวกลางอาจเกี่ยวกันทำงานไม่สม่ำเสมอ แต่ปัจจุบันนี้เหยื่อทุกตัวได้รับการปรับปรุงให้ตัวเหยื่อยาวกว่าเดิมเล็กน้อย ซึ่งทำให้ตัวเบ็ดทั้งสองตัวสามารถทำหน้าที่ได้เต็มที่ทุกครั้งที่ตีเหยื่อไป เทคนิคในการตีเหยื่อใบพัดหรือเหยื่อบล๊อกๆ ให้ตีเหยื่อเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ พอเหยื่อตกถึงน้ำให้ดึงเหยื่อกลับทันที เหมือนตุ๊กแกตกน้ำ พอถึงน้ำมันจะกระโดดบนผิวน้ำต่อ การตีเหยื่อก็ต้องขึ้นอยู่กับการฝึกฝน และเดาเป้าหมายที่มีปลาถูก ก็จะได้ผลทันที


2.การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมกลางน้ำ เราเรียกเหยื่อชนิดนี้ว่า เหยื่อปลั๊ก มีสองชนิดคือชนิด ปลั๊กน้ำตื้น 2.และ ชนิดปลั๊กน้ำลึก


ชนิดปลั๊กน้ำตื้น (ดำตื้น)เหยื่อชนิดนี้เป็นเหยื่อรูปร่างเหมือนตัวปลา มีปากสั้นไว้สำหรับกินน้ำส่ายไปมาเหมือนปลาว่ายน้ำ แต่จะว่ายอยู่ใกล้ๆผิวน้ำ ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะลากเหยื่อเร็วแค่ไหน ก็จะดำได้ลึกไม่เกิน 1 เมตรจากผิวน้ำ เหยื่อชนิดนี้ใช้ตีตามที่มีสาหร่ายตื้น แต่ต้องลากเหยื่อไม่ให้ติดสาหร่าย ถ้ามีปลาอยู่ใต้สาหร่ายมันจะขึ้นไล่กัดเหยื่อ 


ชนิดปลั๊กน้ำลึก  (ดำลึก)เหยื่อชนิดเป็นนี้เป็นเหยื่อที่มีรูปร่างเหมือนตัวปลา มีปากยาวไว้สำหรับกินน้ำลึก ส่ายไปมาเหมือนปลาว่ายน้ำ ถ้าลากเร็วก็จะดำน้ำลึก อาจถึง 2 เมตรจากผิวน้ำ เหมาะสำหรับใช้ตกตามหน้าผาหรือแหล่งสาหร่ายลึกๆ เหยื่อสองชนิดนี้แต่ก่อนเมื่อกว่าสิบปีที่แล้ว ทางคุณสุธีได้ผลิตขึ้นใช้ในหมู่ชมรมตกปลาด้วยกัน แต่มาระยะหลังไม่ได้ผลิตขึ้น มีบ้างแต่น้อย ในหมู่นักตกปลาด้วยกันจะรู้ดีว่ามันทำยาก แอคชั่นไม่ค่อยดีเท่ากันทุกตัว การตั้งแอคชั่นยากมาก แต่ชนิดปลั๊กน้ำลึกยังใช้ได้ดีมาก


ปลาที่อยู่แหล่งน้ำลึกยังพอหาตกได้ เหยื่อชนิดนี้เวลาปลาติดเบ็ดจะเกิดวงพรายอากาศใต้น้ำ เราต้องสังเกตดูวงพรายใต้น้ำ ถ้าวงใหญ่ก็ตัวใหญ่ ถ้าวงเล็กเล็กก็ตัวเล็ก ข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ต้องระมัดระวังปลาจะพาเหยื่อไปติดตอใต้น้ำ ต้องขืนไว้ไม่ให้เข้าตอ จึงจะได้ตัว 


3.การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมใต้น้ำ ถ้าพูดถึงการตกในน้ำจืดคงจะหมายถึงเหยื่อปลอมที่เรียกว่าสปูน เป็นเหยื่อปลอมสำหรับตกปลากระสูบ ใช้ตกปลาน้ำลึกผลดี แต่น้ำไม่ควรลึกเกิน 20 เมตร แหล่งที่ตกอาจจะเป็นหน้าผาหรือแหล่งตอไม้ใต้น้ำ การตีเหยื่อสปูนต้องปล่อยให้เหยื่อสปูนลงถึงพื้นแล้วหมุนรอกดึงสายกลับทันที เพราะทั่วไปปลากระสูบขึ้นฮุบผิวน้ำแล้วมันจะลงไปอยู่ตามตอไม้หรือกอไม้หรือกองหินใต้น้ำเสมอ ฉะนั้นเราต้องหย่อนเหยื่อให้ถึงปลา บางครั้งเราหมุนเหยื่อกลับมาจากพื้นเพียง 1-2 เมตร ก็จะมีปลาฉวยเหยื่อแล้ว 


การตีเหยื่อสปูนตกน้ำลึก เราจะไม่ตีเหยื่อไกลๆ เพราะจะทำให้ตัวเหยื่อติดตอไม้ใต้น้ำแล้วปลดไม่ออก อาจเสียเหยื่อ เราควรตีเหยื่อระยะใกล้ๆเท่านั้น เวลาที่ตัวเบ็ดเกาะตอ เราสามารถตวัดออกได้โดยไม่เสียเหยื่อ การตีเหยื่อปลอมแบบสปูนก็ต้องฝึกให้แม่นยำ เข้าเป้าหมายเหมือนการใช้เหยื่อปลอมแบบผิวน้ำ และการตีเหยื่อปลอมแบบสปูน ถ้าตีปลาฝูง เวลาเหยื่อตกน้ำต้องลากเหยื่อสปูนมาบนผิวน้ำ จะถูกปลากระสูบไล่กัด
ขอบคุณบทความดีๆๆจาก
เจ้าของรูปภาพจากทุกที่มา
กูเกิ้ล
สยามฟิชชิ่ง

======================================