Showing posts with label ตกปลาน้ำจืด. Show all posts
Showing posts with label ตกปลาน้ำจืด. Show all posts

การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมกับการตั้งค่าเบรก



เรื่องราวของการตกปลาเหยื่อปลอม มีอะไรมากมายที่น่าพูดถึง มีหลายต่อหลายอย่างที่นักตกปลาส่วนใหญ่ที่มีความชำนาญมากๆแล้ว หลายคนอาจจะจะมองข้ามทริคบางอย่างไปเลย เพราะเขามีความชำนาญและประสบการณ์ในการตกปลามามาก แต่ในวันนี้ขออนุญาติเอาเรื่องเก่าๆ ทริคธรรมดาๆ ที่หลายท่านอาจจะรู้แล้วมาเล่าสู่กันฟังกับเพื่อนนักตกปลาบางท่านที่อาจจะยังไม่เคยผ่านตากับเรื่องราวเล็กๆ อย่างเช่นเรื่องของการตั้งค่าเบรกของรอกเพื่อการตกปลาด้วยเหยื่อปลอม



การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมกับการตั้งค่าเบรก

บางคนสงสัยว่า การตั้งค่าเบรกมันไม่น่าจะมีอะไรตายตัว และมันจำเป็นขนาดที่จะต้องสนใจมันด้วยหรือ ที่จริงแล้วการตั้งค่าเบรกนี่แหล่ะคือเรื่องธรรมดาๆ ที่มีส่วนทำให้นักตกปลาพลาดการได้ปลาหรือไม่ได้ตัวปลาหลังจากการชาร์จเหยื่อของปลาแล้ว

คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ การตั้งค่าเบรกแข็ง ปานกลาง หรืออ่อน เอาไว้ก่อนมันจำเป็นกับการตกปลาด้วยเหยื่อปลอมไหม?

คำตอบ คือ จำเป็น เพราะว่านักตกปลาควรจะตั้งค่าของเบรกให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งในที่นี้เราหมายถึงการตั้งค่าเบรกจากรอกรอเอาไว้ก่อนที่ปลาจะเข้าชาร์จเหยื่อ


ตรรกะที่ว่านักตกปลาไม่สามารถจะทราบได้ว่าปลาที่จะเข้าชาร์จเหยื่อนั้นจะชาร์จเหยื่อแรงขนาดไหน ปลาที่เข้าชาร์จเหยื่อจะมีไซส์ขนาดใด ใหญ่หรือเล็ก อาจจะไม่จริงเสมอไป เพราะรุปแบบการตกปลาประเภทต่างๆ ด้วยเหยื่อปลอมแบบต่างๆ ในปัจจุบันและผลจากการวิจัย ทั้งจากนิสัยของปลา การล่าเหยื่อในแต่ละเวลาและสภาพอากาศของปลา สามารถทำให้นักตกปลาคาดคะเนได้ว่า เหยื่อประเภทไหนที่มีโอกาสที่จะพบการชาร์จเหยื่ออย่างรุนแรงของปลา ดังนั้นการตั้งค่าเบรกที่เหมาะสมที่สุดกับสภาวะการตกปลาของคุณจึงนับว่าเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง


การตกปลาล่าเหยื่อ ไม่ใช่ปลาทุกประเภทจะชาร์จเหยื่อแรงเหมือนกันไปหมด ปลาช่อนก็อย่างหนึ่ง ปลาชะโด ปลากระสูบ ปลากะพงก็อย่างหนึ่ง หรือปลากรายหรือปลาอื่นๆก็มีลักษณะการชาร์จที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว ปลาประเภทเดียวกันแท้ๆ แต่ลักษณะการชาร์จเหยื่อใต้น้ำ กับชาร์จเหยื่อผิวน้ำ ก็ยังเข้าชาร์จด้วยความแรงที่แตกต่างกันออกไป


ในการตีเหยื่อปลอมหมายเดียวกัน นักตกปลาไม่สามารถกำหนดเจ้าตัวปลายสายได้ว่าจะเป็นปลาอะไรมากิน เหยื่อปลอม เพราะในหมายธรรมชาติ เรื่องผิดคิวเกิดสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ทั้งหมดนี้จึงเป็นคำตอบที่ว่า นักตกปลาควรจะตั้งค่าเบรกแบบไหนล่ะที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งาน


การตั้งค่าเบรก อาจจะตั้งค่าให้เหมาะสมโดยใช้สภาพหมายหรืออุปกรณ์เป็นตัวกำหนด จึงอาจแยกได้ 2 แบบดังนี้


1. การตั้งค่าเบรคให้เหมาะสมกับสภาพหมาย



สภาพหมายธรรมชาติ
การตกปลาล่าเหยื่อในหมายธรรมชาติ เช่น เขื่อน ทะเล หรือการตกปลาบนเรือ ในหมายธรรมชาตินักตกปลาส่วนมากจะเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ ดังนั้นการตั้งค่าเบรกควรจะค่าให้อยู่ในระดับที่แข็งพอสมควร แต่ให้พอที่ปลาจะลากสายออกไปได้ เนื่องจากนักตกปลามีโอกาสที่จะพบกับการการชาร์จเหยื่อของปลาในหมายธรรมชาติที่ค่อนข้างรุนแรงถึงรุนแรงมาก การตั้งค่าเบรคควรตั้งอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างแข็งเอาไว้ก่อน และไม่ควรตั้งเบรกอ่อนแล้วค่อยปรับเอาภายหลังจากการชาร์จหรือวัดปลา เพราะปลาที่ชาร์จเหยื่อปลอมมีโอกาสเข้าชาร์จเหยื่อด้วยความเร็วและสปริ๊นท์ออกไปสุดแรงที่เราเรียกว่ากระชากนั้น การสปริ๊นท์และการกระโดดขึ้นเหนือน้ำของปลาล่าเหยื่อนี่แหล่ะที่หากนักตกปลาไม่ได้ตั้งค่าเบรกที่เหมาะสมไว้แต่แรก โอกาสแห่งความผิดพลาดและไม่ได้ตัวปลาจะมีเปอร์เซ็นต์ขึ้นสูงมากขึ้น ดังนั้น การตกปลาในเขื่อนหรือหมายธรรมชาตินักตกปลาควรตั้งค่าเบรกจากรอกในระดับที่ค่อนข้างแข็งเอาไว้ก่อนที่ปลาจะเข้าชาร์จจะเหมาะสมที่สุด



สภาพหมาย บึง หนอง หรือหมายที่มีสภาพรกร้าง
การตั้งค่าเบรกในสภาพหมายเช่นนี้ นักตกปลาควรตั้งค่าเบรกให้แข็งพอสมควรเช่นกัน เพราะในหมายที่มีพื้นที่รก อุปสรรคใต้น้ำเยอะ การเอาตัวปลาขึ้นจึงเป็นเรื่องยากตามมา นักตกปลาที่มีความชำนาญจึงมักจะใช้วิธีการสู้ปลาด้วยงัดปลาขึ้นสู่ผิวน้ำให้ได้เร็วที่สุดเพื่อควบคุมปลาให้พ้นจากสวะใต้น้ำและเอาปลาเข้าฝั่ง ในช่วงเวลาของการสู้ปลาในสภาพหมายที่เลวร้ายนี้ นักตกปลาจะต้องอาศัยการตัดสินใจที่รวดเร็ว อุปกรณ์ที่ไว้ใจได้และการกำหนดค่าของเบรกจากรอกนี่แหล่ะสำคัญมาก ถือว่าเป็นปัจจัยชี้ขาดของการได้ปลากันเลยทีเดียว


ภายหลังการเข้าชาร์จของปลา การตั้งค่าเบรกในรอกให้แข็งไว้ก่อนที่ปลาจะชาร์จจะให้ทำให้ปลาลากสายออกไปได้ยากและโอกาสที่ปลาล่าเหยื่อจะมุดก็จะมีน้อยลง การอัดปลาเพื่อให้ปลาขึ้นสู่ผิวน้ำจะทำได้อย่างต่อเนื่องหากนักตกปลาตั้งค่าเบรกไว้เหมาะสมแต่แรก การตกปลาจากฝั่งที่จำเป็นต้องงัดปลาเข้าฝั่งไปพร้อมๆกับสวะหรืออุปสรรคบริเวณริมตลิ่ง แรงงัดของคันจะถูกกำหนดโดยค่าเบรกที่เราตั้งไว้ หากตั้งค่าเบรคให้แข็งจนสายไม่สามารถจะออกจากรอกได้อย่างสะดวกแล้ว เพาเวอร์จากคันเบ็ดก็จะช่วยงัดทั้งปลาและสวะต่างๆให้เข้าฝั่งได้ง่ายขึ้น แต่หากเบรกแข็งมากเกินไปจนคันออกแรงงัดสูง ความเสี่ยงและโอกาสที่จะสายจะขาดก็มีมากขึ้นตามมาเช่นเดียวกัน ดังนั้นในหมายที่รกร้าง พื้นที่แคบ และหมายมีสภาพเลว ข้อจำกัดเหล่านี้ ทำให้นักตกปลาที่มีความชำนาญจะเลือกการตั้งค่าเบรกให้แข็งพอสมควร เพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสียปลาหลังจากที่ปลาชาร์จเหยื่อ



2. การตั้งค่าเบรกให้เหมาะสมกับอุปกรณ์

การตั้งค่าเบรกของรอกให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ในที่นี้ก็คือเหมาะสมกับ รอก คัน สาย และเหยื่อปลอม
คัน รอก และสาย ถูกกำหนดสเปคมาแล้วจากผู้ผลิต เช่น คันเบ็ดคันนี้เหมาะสมกับสายกี่ปอนด์ เช่น 6- 14 ,8-17, 10-20 ,15-30 lbs รอกมีไซส์ของสปูลที่จุสายที่เหมาะสมได้กี่ปอนด์ เช่น 8/140 10/120 12/100 สายประเภทต่างๆ มีขนาดแรงดึงกี่ปอนด์ ดังนั้นเรื่องของขนาดและความเหมาะสมของอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ให้แมทช์กันนั้นเป็นเรื่องพื้นฐานที่นักตกปลาทราบกันดีอยู่แล้ว แต่เรื่องที่เราจะเอามาพูดต่อไปนั่นคือการตั้งเบรกที่เหมาะสมกับการตกปลาด้วยหยื่อปลอม ซึ่งการตั้งเบรกถือว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งของการตกปลา


การตกปลาด้วยชุดอุปกรณ์ชุดเล็กและชุดอุลตร้าไลท์ นักตกปลาด้วยเหยื่อปลอมควรกำหนดค่าของการตั้งเบรกไว้แค่ปานกลางและไม่ควรให้แข็งมากเกินไป เพราะอุปกรณ์ระดับเล็กมีโอกาสที่สายจะขาดสูงมากกว่าอุปกรณ์ระดับชุดปานกลางหรือชุดใหญ่ แต่คันเบ็ดเวทระดับปานกลาง หรือแม้แต่คันใหญ่กว่านี้ ระดับ 15 -30 lbs ก็ไม่ใช่ว่าสายจะไม่มีโอกาสขาดเลย เพียงแต่มีโอกาสน้อยกว่าชุดอุปกรณ์ระดับเล็ก และส่วนมากคันที่มีเวทแข็งและใหญ่จะเกิดโอกาสปลาหลุดมากกว่าสายขาดแล้วซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งานของนักตกปลาด้วย

ทริคการตั้งค่าเบรกให้เหมาะสมกับวิธีการตกปลา

หากเป็นเหยื่อปลอมที่ต้องสร้างแอคชั่นด้วยการกรอสายด้วยความเร็วสูง ยกตัวอย่างเช่น การตกกระสูบ ชะโด ตามเขื่อน ด้วยการปั่นเหยื่อสปูน หรือเหยื่อใบพัด ที่ต้องอาศัยรอบจัด นักตกปลาควรตั้งค่าเบรกเอาไว้ที่ระดับปานกลางและค่อนข้างแข็งเอาไว้ก่อน เนื่องจากเหยื่อปลอมที่ต้องอาศัยการสร้างแอคชั่นด้วยรอบสูง ปลาที่กินเหยื่อประเภทนี้จะชาร์จเหยื่อค่อนข้างแรงและมุดลงน้ำอย่างรวดเร็ว การตั้งค่าเบรกให้แข็งจะช่วยลดความรุนแรงจากการสปริ๊นท์ของปลาในจังหวะแรกได้ดีกว่าการตั้งค่าเบรกที่อ่อนเกินไป เพราะคุณอาจจะโดนปลาลากสายออกจากรอกไปไหนต่อไหนและการปรับเบรกให้แข็งขึ้นทีหลังนั่นแหล่ะที่อาจนำสู่ความผิดพลาดในจังหวะที่คุณกำลังละล้าละลังและสูญเสียโทรฟี่ปลายสาย


ในกรณีเหยื่อปลอมประเภทผิวน้ำ เช่น ป๊อบเปอร์ หรือเหยื่อฮาร์ดเบทประเภทต่างๆ ปลาล่าเหยื่อที่เข้าชาร์จเหยื่อผิวน้ำจะเข้าชาร์จด้วยความรุนแรงมากเช่นกัน นักตกปลาควรตั้งค่าเบรกให้แข็งไว้ก่อนได้เช่นเดียวกัน


หากเป็นเหยื่อปลอมที่ต้องกรอด้วยการกรอสายความเร็วระดับปานกลาง (เหยื่อสวิมเบท) ควรตั้งระดับเบรกไว้ที่ปานกลางแต่ไม่ต้องแข็งจนเกินไปนัก เนื่องจากการเข้าชาร์จเหยื่อปลอมประเภทนี้ โอกาสที่ปลาจะชาร์จเหยื่อด้วยความรุนแรงมีไม่มากเท่ากับเหยื่อปลอมที่ต้องสร้างแอคชั่นด้วยความเร็วสูง แต่ก็ไม่ควรตั้งค่าเบรคให้อ่อนเกินไป


ในกรณีของเหยื่อปลอมที่สร้างแอคชั่นด้วยการกรอสายช้าๆ หรือเหยื่อปลั๊กที่มีขนาดเล็ก นักตกปลาไม่ควรตั้งค่าเบรกแข็งเพราะจะทำให้ปลาหลุดเอาได้ เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้ตกปลาด้วยเหยื่อลักษณะนี้จะมีขนาดเล็ก ตัวเบ็ดของเหยื่อปลอมก็มีขนาดเล็ก การตั้งค่าเบรกแข็งเกินไปจะทำให้คุณมีโอกาสสูญเสียปลาจากจังหวะที่ปลากินหรือกระชาก หรือแม้แต่กระทั่งขณะที่คุณงัดปลาเข้าฝั่ง นักตกปลาระดับโปรในต่างประเทศมีเทคนิคการใช้เหยื่อปลอมขนาดเล็กที่ว่ายช้าๆด้วยการตั้งค่าเบรกให้อ่อน (loose brake) และวัดซ้ำอีกทีเมื่อปลาชาร์จเหยื่อเข้าไปแล้ว หลายครั้งที่นักตกปลาเอาปลาขึ้นมาได้ก็จะพบว่าเหยื่อขนาดเล็กจะเข้าไปอยู่ในปากด้านในของปลาซึ่งโอกาสที่ปลาจะหลุดเพราะเหยื่อมีขนาดเล็กก็จะมีน้อยลง ดังนั้นนักตกปลาระดับโปรในต่างประเทศที่ใช้อปุกรณ์ตกปลาและเหยื่อขนาดเล็กจะนิยมตั้งค่าเบรกให้อ่อนเพื่อให้ปลาฮุบเหยื่อไว้ในปากและลากออกไปในไม้แรก หลังจากนั้นจึงค่อยๆปรับเบรกสู้ปลาให้เหมาะสมทีหลัง


สรุปคือ การตั้งค่าเบรกเป็นสิ่งที่นักตกปลาด้วยเหยื่อปลอมไม่ควรละเลยหรือมองข้าม เพราะการตกปลาด้วยเหยื่อปลอมแตกต่างจากการตกปลาที่ตกด้วยวิธีการอื่นๆที่ตั้งค่าเบรกเอาไว้หลังจากตีเหยื่อแล้ววางคันบนพื้นเพื่อรอปลามากิน การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมจึงต้องอาศัยเทคนิคหรือทริคต่างๆมาช่วยให้ได้ปลามากกว่าวิธีการตกปลา เรื่องของการตั้งค่าเบรกจึงเป็นเรื่องที่นักตกปลาควรใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้เพื่อช่วยให้การตกปลาของคุณง่ายและสะดวกขึ้น นอกจากนี้ยังมันยังทำให้คุณพบความผิดพลาดน้อยลง นักตกปลาระดับโปรในต่างประเทศให้ความสนใจและวิจัยในเรื่องนี้มาก่อนแล้วอย่างจริงจัง หลายครั้งเราจึงพบว่านักตกปลาในต่างประเทศเลือกใช้คันแต่ละเวทอุปกรณ์แต่ละชนิดที่เหมาะสมกับเหยื่อปลอมแต่ละประเภท หรือแม้แต่เหยื่อประเภทเดียวกันแต่คนละไซส์หรือคนละสีพวกเขายังใช้อุปกรณ์แยกจากกัน ในขณะที่นักตกปลาในบ้านเราอาจจะละเลยหรือไม่ทันดูว่าเหยื่อปลอมที่คุณซื้อมาที่มีฉลากเป็นภาษาต่างประเทศในนั้นนอกจากจะบอกเทคนิค ทริค วิธีการใช้เหยื่อ เวทของคันที่ควรใช้กับเหยื่อตัวนี้แล้ว รายละเอียดอื่นๆและการตั้งค่าเบรกบางครั้งก็ปรากกฏให้เห็นในวีดีโอแนะนำเหยื่อของผู้ผลิตอีกด้วย
ก่อนเปลี่ยนเหยื่อทุกครั้งอย่าลืมนึกถึงการตั้งค่าเบรก สิ่งเล็กๆน้อยเหล่านี้อาจช่วยให้คุณลดโอกาสในการสูญเสียโทรฟี่ปลายสายของคุณได้เหมือนกัน


ฝากไว้อีกนิดข้อควรระวังที่สำคัญสำหรับมือใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการตกปลาด้วยเหยื่อปลอมหรือตกปลาด้วยวิธีอื่น ในขณะที่ปลาชาร์จหรือจังหวะที่ปลากระชากสาย อย่ารีบปรับเบรกทันทีในขณะที่ปลากำลังลากสายออกจากรอกอย่างรุนแรง รอให้ปลาลากจนหยุดหรือแรงของการกระชากสายของปลาแผ่วลงเสียก่อนแล้วค่อยปรับระดับเบรคจะเป็นวิธีที่ลดความสูญเสียได้ดีที่สุด



ขอขอบพระคุณข้อมูลดีๆจาก


ขอขอบพระคุณรูปภาพสวยๆจากทุกที่มาครับ 

เรียบเรียงข้อมูลโดยจันทบุรีฟิชชิ่ง

เทคนิคการตกปลาน้ำจืด



เทคนิคการตกปลาน้ำจืด 
แบ่งเป็น 2 ประเภท 1.ประเภทตกด้วยเหยื่อสด 2.ประเภทตกด้วยเหยื่อปลอม
======================================
ประเภทที่ตกด้วยเหยื่อสด


1.เหยื่อไส้เดือน 
ใช้ตกปลาแขยง ปลากดเหลือง ปลากดคัง ปลาบู่ ปลาฉลาด ฯลฯ วิธีการก็คือ ฝังคมเบ็ดเข้าทางหัวใหญ่ของตัวใส้เดือนจนมิดเบ็ดแล้วปล่อยไว้ทั้งตัว ปล่อยเหยื่อลงสู่พื้นดิน แล้วหมุนรอกกลับไปให้สายตึง ให้เหยื่อไส้เดือนอยู่ที่พื้น รอปลากินเหยื่อ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกปลาแขยง ปลากด ปลากดคัง ปลาฉลาด ถ้าจะตกปลาคังหรือปลากด อาจใช้ตัวเบ็ดใหญ่อีกหน่อย เพราะปลาพวกนี้ปากกว้าง ควรใช้เหยื่อไส้เดือนเกี่ยวหลายๆตัวรวมกันเป็นพวง ใช้ตกปลาคังจะได้ตัวค่อนข้างใหญ่



2.เหยื่อแมลงสาปขาว 
ตกปลาแขยง ปลากดเหลือง ปลาฉลาด และปลาแรด ต้องเข้าใจก่อนว่าตัวแมลงสาปขาวคือเจ้าแมลงสาปแดงนี่แหละ แต่ที่มีสีขาวคือตอนที่มันลอกคราบตัวอ่อนมันจะมีสีขาว ถ้าถูกแสงแรงๆจะออกสีแดงทันที และมีกลิ่นสาปแรงด้วย ฉะนั้นการเก็บรักษาจะนิยมจับใส่ขวดลิโพแล้วห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์อีกชั้นหนึ่งกันแสงเข้า จะทำให้มันมีสีขาวตลอด เวลานำมาใช้ส่วนมากแมลงสาปขาวมักจะตาย การนำเอาไปใช้จะต้องเก็บไว้ในความเย็น การเกี่ยวเบ็ด ให้เจาะคมเบ็ดลงกลางหัวให้ทะลุอีกด้านหนึ่ง แล้วค่อยเกี่ยวเข้าทะลุลำตัวใหญ่ แล้วหย่อนเหยื่อให้ถึงพื้นดิน แต่ถ้าเป็นปลาแรดต้องปล่อยให้ลึกจากผิวน้ำประมาณ 1 ศอก



3.เหยื่อกุ้งสด กุ้งเป็น 
ตกพวกปลาหมอตาและปลาหมอโค้ว ปลาแรดใช้กุ้งเป็นๆ กุ้งสดใช้ตกปลาแขยงถ้าเป็นเหยื่อกุ้งสดให้ฝังคมเบ็ดเข้าหางด้านในให้ตัวเบ็ดฝังไปตามตัวกุ้ง ทำตัวกุ้งให้เหยียดตรง ให้ปลายคมเบ็ดโผล่กลางท้อง ถ้าเป็นกุ้งเป็นให้เอาคมเบ็ดเกี่ยวเปลือกด้านในออกด้านหลัง ไม่เกี่ยวลึกมากจะทำให้กุ้งตาย ต้องเกี่ยวติดเหลือด้านข้าง ถ้าตกปลกแรดก็วางเบ็ดค่อนข้างตื้น ลึกจากผิวน้ำไม่เกิน 1 ศอก แต่ถ้าตกปลาหมอโค้งหรือปลาหมอตา ก็ควรลงลึกไปประมาณกลางๆ น้ำ ไม่ต้องถึงดิน แต่ถ้าตกพวกปลากดปลาแขยงก็ต้องลงเหยื่อให้ถึงพื้นดิน เหยื่อกุ้งสดหรือกุ้งเป็นก็เป็นที่ชื่นชอบของปลากดและปลาคังเช่นกัน



4.เหยื่อแมลงปอ 
ใช้ตกปลาแรด ปลาหมอ ปลาหมอโค้ว 5. ปลาหมอตะกรับ วิธีเกี่ยวแมลงปอให้เกี่ยวคมเบ็ดเข้าทางหางร้อยให้คมเบ็ดโผล่กลางอก ถ้าใช้ปลาแรดให้หย่อนลงจากผิวน้ำประมาณ 1 ศอก แต่ถ้าเป็นปลาหมอโค้วหรือปลาหมอตาลให้หย่อนลึกประมาณกลางน้ำ หรือเกือบถึงพื้นขึ้นอยู่กับแหล่งปลาด้วย



5.เหยื่อสูตรผสม 
พวกขนมปังปนรำ ใส่หัวเชื้อนมแมว ใช้ตกปลากระมัง ปลากระแห ปลาตะพาก จากการทดลองมาหลายปีพบว่า สูตรสำหรับผสมจะเป็นขนมปังสด ผสมกับรำละเอียดและใส่หัวเชื้อน้ำหอมกลิ่นนมแมว ผสมให้เข้ากันให้พอหมาดๆ ระวังอย่าให้เหลว เพื่อให้ติดกับเบ็ดแน่นๆ ไม่หลุดง่าย


ที่แพน้ำโจนนี้เหยื่อผสมจะใช้ตกปลากระมังเป็นหลัก เพราะมีค่อนข้างชุกชุม เวลาตกควรใช้ลูกหมุน 3 ทางแล้วผูกเบ็ด 2 ตัว ควรใช้เบ็ดขนาดเบอร์ 5 กำลังดี ขณะตกให้หย่อนเหยื่อลงสู่พื้นล่าง และดึงสายตรึงให้ตะกั่วลอยจากพื้น ให้เหยื่อนอนอยู่ที่พื้น รอปลากินเหยื่อ แต่การใช้เหยื่อขนมปังรำนี้ ถ้าลงเหยื่อนานไป เหยื่อจะหมด ต้องเอาเหยื่อขึ้นดูบ่อยๆหน่อย ปกติ หย่อนเหยื่อลงไปซักครู่ พอเหยื่อถึงพื้นสักเดี๋ยวจะถูกปลาตอดเหยื่อแล้ว เทคนิคก็คือ เมื่อหย่อนเหยื่อแล้วต้องปั้นเหยื่อเม็ดเล็กขนาดเม็ดถั่วเขียวหย่อนตรงบริเวณสายเบ็ดที่เราตกอยู่ เพื่อให้ปลาเข้ามาวนกินเหยื่อที่อ่อยไว้ จะทำให้เราตกปลาได้ตลอดเวลา

======================================

 ประเภทการตกด้วยเหยื่อปลอม แบ่งเป็น 3 วิธี คือ 


 1.การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมแบบผิวน้ำ การตกเหยื่อปลอมแบบผิวน้ำ วิธีนี้มีมาประมาณ 10 ปีแล้ว การตกเหยื่อปลอมผิวน้ำ หรือที่เรียกเหยื่อชนิดนี้ว่า เหยื่อบล๊อกๆ เป็นเหยื่อปลาปลอมติดใบพัด ใบพัดมีหน้าที่เป็นเสียงเรียกให้ปลาสนใจแล้วมองเห็นปลาปลอม มันจึงไล่กัด


ส่วนมากเรามีไว้ตกปลาชะโด แต่เจ้าปลากระสูบก็กินเหมือนกัน แต่จะเป็นปลากระสูบขนาดใหญ่เท่านั้น ฉะนั้นแล้วเจ้าเหยื่อบล๊อกๆนี้มีไว้เพื่อปราบชะโดเป็นหลัก วิธีใช้เหยื่อบล๊อกๆที่ถูกต้อง ตัวเหยื่อบล๊อกๆจะเป็นเหยื่อที่มีน้ำหนักมาก ต้องใช้สายใหญ่หน่อย ควรเป็นสายแรงดึงประมาณ 15 ปอนด์ขึ้นไปจะดี แต่เหยื่อต้องแข็งแรง ใบพัดต้องแข็งแรง ส่งเสียงดัง บล๊อก ! เป็นเสียงเรียกที่ไม่ผิดเพี้ยน 


เหยื่อใบพัดเป็นเหยื่อที่มีจุดกำเนิดมาจากตัวเหยื่อกบ ประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนหลังที่เป็นใบพัดจะหมุนตีน้ำดัง บล๊อกๆๆ ปลาอาจฟังว่าเป็นเสียงจ๊อกๆๆแบบกบกระโดดบนผิวน้ำจึงไล่กัด ติดเบ็ดสองทางที่หงายขึ้นไว้เข้าเต็มปาก เมื่อตอนถ่ายทำสารคดีส่องโลกทางช่อง 5 คุณสุธี สุทธิวงศ์ คิดทำเป็นตัวพิเศษเพื่อการถ่ายจะได้เห็นช่วงเวลาที่ปลาฮุบเหยื่อผิวน้ำได้ชัด ดูแล้วเร้าใจ แต่เหยื่อชุดแรกที่เขาถ่ายทำนั้นตัวปลาปลอมจะสั้นกว่าปัจจุบันเล็กน้อย ข้อเสียก็คือตัวเบ็ดตัวท้ายกับตัวกลางอาจเกี่ยวกันทำงานไม่สม่ำเสมอ แต่ปัจจุบันนี้เหยื่อทุกตัวได้รับการปรับปรุงให้ตัวเหยื่อยาวกว่าเดิมเล็กน้อย ซึ่งทำให้ตัวเบ็ดทั้งสองตัวสามารถทำหน้าที่ได้เต็มที่ทุกครั้งที่ตีเหยื่อไป เทคนิคในการตีเหยื่อใบพัดหรือเหยื่อบล๊อกๆ ให้ตีเหยื่อเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ พอเหยื่อตกถึงน้ำให้ดึงเหยื่อกลับทันที เหมือนตุ๊กแกตกน้ำ พอถึงน้ำมันจะกระโดดบนผิวน้ำต่อ การตีเหยื่อก็ต้องขึ้นอยู่กับการฝึกฝน และเดาเป้าหมายที่มีปลาถูก ก็จะได้ผลทันที


2.การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมกลางน้ำ เราเรียกเหยื่อชนิดนี้ว่า เหยื่อปลั๊ก มีสองชนิดคือชนิด ปลั๊กน้ำตื้น 2.และ ชนิดปลั๊กน้ำลึก


ชนิดปลั๊กน้ำตื้น (ดำตื้น)เหยื่อชนิดนี้เป็นเหยื่อรูปร่างเหมือนตัวปลา มีปากสั้นไว้สำหรับกินน้ำส่ายไปมาเหมือนปลาว่ายน้ำ แต่จะว่ายอยู่ใกล้ๆผิวน้ำ ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะลากเหยื่อเร็วแค่ไหน ก็จะดำได้ลึกไม่เกิน 1 เมตรจากผิวน้ำ เหยื่อชนิดนี้ใช้ตีตามที่มีสาหร่ายตื้น แต่ต้องลากเหยื่อไม่ให้ติดสาหร่าย ถ้ามีปลาอยู่ใต้สาหร่ายมันจะขึ้นไล่กัดเหยื่อ 


ชนิดปลั๊กน้ำลึก  (ดำลึก)เหยื่อชนิดเป็นนี้เป็นเหยื่อที่มีรูปร่างเหมือนตัวปลา มีปากยาวไว้สำหรับกินน้ำลึก ส่ายไปมาเหมือนปลาว่ายน้ำ ถ้าลากเร็วก็จะดำน้ำลึก อาจถึง 2 เมตรจากผิวน้ำ เหมาะสำหรับใช้ตกตามหน้าผาหรือแหล่งสาหร่ายลึกๆ เหยื่อสองชนิดนี้แต่ก่อนเมื่อกว่าสิบปีที่แล้ว ทางคุณสุธีได้ผลิตขึ้นใช้ในหมู่ชมรมตกปลาด้วยกัน แต่มาระยะหลังไม่ได้ผลิตขึ้น มีบ้างแต่น้อย ในหมู่นักตกปลาด้วยกันจะรู้ดีว่ามันทำยาก แอคชั่นไม่ค่อยดีเท่ากันทุกตัว การตั้งแอคชั่นยากมาก แต่ชนิดปลั๊กน้ำลึกยังใช้ได้ดีมาก


ปลาที่อยู่แหล่งน้ำลึกยังพอหาตกได้ เหยื่อชนิดนี้เวลาปลาติดเบ็ดจะเกิดวงพรายอากาศใต้น้ำ เราต้องสังเกตดูวงพรายใต้น้ำ ถ้าวงใหญ่ก็ตัวใหญ่ ถ้าวงเล็กเล็กก็ตัวเล็ก ข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ต้องระมัดระวังปลาจะพาเหยื่อไปติดตอใต้น้ำ ต้องขืนไว้ไม่ให้เข้าตอ จึงจะได้ตัว 


3.การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมใต้น้ำ ถ้าพูดถึงการตกในน้ำจืดคงจะหมายถึงเหยื่อปลอมที่เรียกว่าสปูน เป็นเหยื่อปลอมสำหรับตกปลากระสูบ ใช้ตกปลาน้ำลึกผลดี แต่น้ำไม่ควรลึกเกิน 20 เมตร แหล่งที่ตกอาจจะเป็นหน้าผาหรือแหล่งตอไม้ใต้น้ำ การตีเหยื่อสปูนต้องปล่อยให้เหยื่อสปูนลงถึงพื้นแล้วหมุนรอกดึงสายกลับทันที เพราะทั่วไปปลากระสูบขึ้นฮุบผิวน้ำแล้วมันจะลงไปอยู่ตามตอไม้หรือกอไม้หรือกองหินใต้น้ำเสมอ ฉะนั้นเราต้องหย่อนเหยื่อให้ถึงปลา บางครั้งเราหมุนเหยื่อกลับมาจากพื้นเพียง 1-2 เมตร ก็จะมีปลาฉวยเหยื่อแล้ว 


การตีเหยื่อสปูนตกน้ำลึก เราจะไม่ตีเหยื่อไกลๆ เพราะจะทำให้ตัวเหยื่อติดตอไม้ใต้น้ำแล้วปลดไม่ออก อาจเสียเหยื่อ เราควรตีเหยื่อระยะใกล้ๆเท่านั้น เวลาที่ตัวเบ็ดเกาะตอ เราสามารถตวัดออกได้โดยไม่เสียเหยื่อ การตีเหยื่อปลอมแบบสปูนก็ต้องฝึกให้แม่นยำ เข้าเป้าหมายเหมือนการใช้เหยื่อปลอมแบบผิวน้ำ และการตีเหยื่อปลอมแบบสปูน ถ้าตีปลาฝูง เวลาเหยื่อตกน้ำต้องลากเหยื่อสปูนมาบนผิวน้ำ จะถูกปลากระสูบไล่กัด
ขอบคุณบทความดีๆๆจาก
เจ้าของรูปภาพจากทุกที่มา
กูเกิ้ล
สยามฟิชชิ่ง

======================================