Showing posts with label ตกปลาจันทบุรี. Show all posts
Showing posts with label ตกปลาจันทบุรี. Show all posts

ประวัติรอกDAIWA

Yoshio Matsui (โยชิโอะ มัทสุอิ) ชาวญี่ปุ่น ผู้คิดค้นสร้างรอกตกปลายี่ห้อDAIWA (ไดว่า) และได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาในประเทศญี่ปุ่น Yoshio Matsui เชื่อมั่นในรอกที่เข้าผลิตว่าเต็มไปด้วยประสิทธิภาพและนวัตกรรมที่เยี่ยมยอด รอกDAIWAตัวแรกกำเนิดขึ้นในปี 1955 มันเป็นรอกสปินนิ่งตัวแรกในสายการผลิตของบริษัท
จากนั้นDAIWAค่อยๆขยายตัวในยุโรปและสหรัฐอเมริกาในช่วงกลางปี​​ 1970 ในความเป็นจริงบริษัทสร้างสถานที่ผลิตในฝรั่งเศสเยอรมนีและไต้หวันเช่นเดียวกับในประเทศสหรัฐอเมริกา


Yoshio Matsui คิดค้นรอกและเปิดบริษัท โดยเป้าหมายของเขาคือการสร้างอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ รอกตกปลาที่ผสมผสานความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มีองค์ประกอบของการออกแบบที่น่าสนใจ


รอกไดว่าเป็นรอกที่ นุ่มนวล แต่ ทนทานต่อการใช้งาน โดยบริษัทปรับปรุงแก้ไขในข้อผิดพลาดเสมอเพื่อให้เป็นที่ประทับใจของนักตกปลา DAIWAได้พัฒนาและผลิตรอกออกมา ซึ่งมีทั้ง รอกสปินนิ่ง เบสคาทติ้ง และ รอกไฟฟ้า



Spinning Reel รอกสปินนิ่งของไดว่าเป็นรอกที่ผสมผสานความนุ่มลื่น แข็งแกร่งทนทาน และมีพลังในการเบรคสูง รวมทั้งลูกปืนที่เป็นสแตเลส และผ้าเบรคเทฟล่อนเพื่อการใชงานที่ยืนยาว


ฺBaitcasting โมเดลรอกเบสคาสติ้งของไดว่า จะเน้นที่สปูนใหญ่เพื่อเก็บสายได้ง่าย ในขณะที่รุ่นที่สเปคต่ำกว่าจะเน้นไปในทางใช้งานง่าย ไดว่าได้สร้างรอกตระกูล Saltiga ซึ่งถือว่าเป็นรอกทะเลที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งของวงการตกปลา และได้รับรางวัล ICAST ในปี 2011 และยังพัฒนาให้รองรับการใช้งานกับสายถัก(braided lines)อีกด้วย
Electric reels รอกไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากแบ็ตเตอรี่ 12 โวลต์ การตกปลาน้ำลึกหากใช้รอกตกปลาธรรมดามันจะทำให้คุณเหนื่อยล้าเป็นอย่างมากรอกไฟฟ้าจึงผลิตออกมาสำหรับการตกปลาน้ำลึกโดยเฉพาะรอกไฟฟ้าของไดว่าได้ผสมผสานเทคโนโลยีstopping sensor จะหยุดเมื่อกรอเหยื่อขึ้นเหนือผิวน้ำ



รอกไดว่า มีมากมายหลายรุ่น หลายขนาด หลายราคา สามารถเลือกใช้ตามการใช้งานและปัจจัยในกระเป๋าของเรา คุณภาพของอุปกรณ์เป็นสิ่งสำคัญที่เราควรคำนึงถึง ซึ่งไดว่าก็ได้ตอบโจทย์ของเราได้เป็นอย่างดี


รอกแต่ละตัวก่อนที่จะวางจำหน่ายจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพผ่านหลักกลศาสตร์ รวมถึงจุดสุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดปัญหาได้ เช่นการป้องกันฝุ่น ป้องกันน้ำเค็ม ด้วยการปิดผนึกหรือซีลจุดนั้นด้วยอุปกรณ์พิเศษ เช่นบางรุ่นมีอุปกรณ์ป้องกันเน้ำเค็มฝุนผงเข้าไปในตัวรอกลูกปืน อีกทั้งอุปกรณ์บางส่วนของรกไดว่าจะทนต่อการกัดกร่อน เช่น อุปกรณ์ที่ทำจาก Zaion carbon ซึ่งเป็นวัสดุที่เบาและทนต่อการกัดกร่อน


คุณสมบัติพิเศษนี้รวมไปถึงเฟรม และ สปูนเก็บสายที่ทำมาจากอลูมีเนียม ระบบเฟืองเกียร์ ลูกปืนสแตนเลส เพลาเฟืองขับเคลื่อน เป็นสแตนเลส และ โลหะผสมทองแดง อีกทั้งการบำรุงรักษานักตกปลายังทำด้วยง่ายด้วยการคลายน็อตตัวเดียวก็ถอดรอกได้แล้ว(บางรุ่น)


ในปัจจุบันรอกDAIWAเป็นที่รู้จักและนิยมในหมู่นักตกปลาไปทั่วโลก อย่างเช่นรุ่น Steez Lexa และ Ballistic ซึ่งทั้ง 3 รุ่นถือว่าเป็นอาวุธลับของค่ายนี้ที่ได้ส่งออกมา ทั้งรูปลักษณ์ที่สวยงาม ทันสมัย ผสมผสานความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รีดสิทธิภาพของรอกออกมาได้อย่างเต็มที่


รอก Daiwa Steez Spinning เป็นรอกสปินนิ่งน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการีเหยื่อปลอม ที่ต้องเดินเลาะตีทั้งวัน


รอกDaiwa Steez Baitcasting รอกหยดน้ำตีเหยื่อปลอม รุ่นท็อปของไดว่า ด้วยรูปลักษณ์ สวยงาม น้ำหนักเบา กระชับมือ ส่งเหยื่อแม่นได้ระยะ พร้อมทั้งระบบขับเคลื่อนที่ลื่นไหลแข็งแกร่ง จึงเป็นที่นิยมของนักตกปลาตลอดมา

ขอบพระคุณที่มาจาก



GOOGLE

เรียบเรียงข้อมูลโดย จันทบุรีฟิชชิ่ง




จำหน่ายเหยื่อกุ้งเป็น กั้ง




บ้านลุงชา ขายกุ้งเป็น 084-883-30-61 บางกะจะ

น้าน้อง 087-581-89-49 บางกะจะ

ป้าตุ่ม 087-802-91-02 บางกะจะ
___________________________________________

น้าแอ้ม กุ้งเป็นกุ้งต๊อก 061-129-7597เสม็ดงาม
___________________________________________

น้าเป้ 087-489-55-05 ท่าแฉลบ

น้าวิทย์ 085-103-75-17 ท่าแฉลบ

___________________________________________

น้ากอล์ฟ 091-5825890 แถววัดหนองบัว

___________________________________________

บ้านโอกุ้งเป็น 080-6469-908 ติดวัดเนินโพธิ์

___________________________________________

น้าหมากุ้งเป็น  086-823-77-68  บางกะไชย

___________________________________________

น้าหน่อย 087-814-08-45  วัดยาวล่าง  ขลุง

ป้าแมว 088-521-64-66  ขลุง

ร้านข้าวสวยข้างวัดเกวียนหัก 090-0165010 ขลุง ___________________________________________

นุก  092-4152-402 ปากนำ้แหลมสิงห์

น้าโท 089-878-97-91 แหลมสิงห์

Sittichai SroiSri 0973461764 , 0892459572 แหลมสิงห์

น้ากุ้ง 092-979-69-90 อีมุย

น้าตอม 099-179-25-88 แขมหนู

___________________________________________


(ยังไงก็ลองโทรสอบถามก่อนนะครับ จะอัปเดทเรื่อยๆนะครับ)

เทคนิคการตกปลาน้ำจืด



เทคนิคการตกปลาน้ำจืด 
แบ่งเป็น 2 ประเภท 1.ประเภทตกด้วยเหยื่อสด 2.ประเภทตกด้วยเหยื่อปลอม
======================================
ประเภทที่ตกด้วยเหยื่อสด


1.เหยื่อไส้เดือน 
ใช้ตกปลาแขยง ปลากดเหลือง ปลากดคัง ปลาบู่ ปลาฉลาด ฯลฯ วิธีการก็คือ ฝังคมเบ็ดเข้าทางหัวใหญ่ของตัวใส้เดือนจนมิดเบ็ดแล้วปล่อยไว้ทั้งตัว ปล่อยเหยื่อลงสู่พื้นดิน แล้วหมุนรอกกลับไปให้สายตึง ให้เหยื่อไส้เดือนอยู่ที่พื้น รอปลากินเหยื่อ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกปลาแขยง ปลากด ปลากดคัง ปลาฉลาด ถ้าจะตกปลาคังหรือปลากด อาจใช้ตัวเบ็ดใหญ่อีกหน่อย เพราะปลาพวกนี้ปากกว้าง ควรใช้เหยื่อไส้เดือนเกี่ยวหลายๆตัวรวมกันเป็นพวง ใช้ตกปลาคังจะได้ตัวค่อนข้างใหญ่



2.เหยื่อแมลงสาปขาว 
ตกปลาแขยง ปลากดเหลือง ปลาฉลาด และปลาแรด ต้องเข้าใจก่อนว่าตัวแมลงสาปขาวคือเจ้าแมลงสาปแดงนี่แหละ แต่ที่มีสีขาวคือตอนที่มันลอกคราบตัวอ่อนมันจะมีสีขาว ถ้าถูกแสงแรงๆจะออกสีแดงทันที และมีกลิ่นสาปแรงด้วย ฉะนั้นการเก็บรักษาจะนิยมจับใส่ขวดลิโพแล้วห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์อีกชั้นหนึ่งกันแสงเข้า จะทำให้มันมีสีขาวตลอด เวลานำมาใช้ส่วนมากแมลงสาปขาวมักจะตาย การนำเอาไปใช้จะต้องเก็บไว้ในความเย็น การเกี่ยวเบ็ด ให้เจาะคมเบ็ดลงกลางหัวให้ทะลุอีกด้านหนึ่ง แล้วค่อยเกี่ยวเข้าทะลุลำตัวใหญ่ แล้วหย่อนเหยื่อให้ถึงพื้นดิน แต่ถ้าเป็นปลาแรดต้องปล่อยให้ลึกจากผิวน้ำประมาณ 1 ศอก



3.เหยื่อกุ้งสด กุ้งเป็น 
ตกพวกปลาหมอตาและปลาหมอโค้ว ปลาแรดใช้กุ้งเป็นๆ กุ้งสดใช้ตกปลาแขยงถ้าเป็นเหยื่อกุ้งสดให้ฝังคมเบ็ดเข้าหางด้านในให้ตัวเบ็ดฝังไปตามตัวกุ้ง ทำตัวกุ้งให้เหยียดตรง ให้ปลายคมเบ็ดโผล่กลางท้อง ถ้าเป็นกุ้งเป็นให้เอาคมเบ็ดเกี่ยวเปลือกด้านในออกด้านหลัง ไม่เกี่ยวลึกมากจะทำให้กุ้งตาย ต้องเกี่ยวติดเหลือด้านข้าง ถ้าตกปลกแรดก็วางเบ็ดค่อนข้างตื้น ลึกจากผิวน้ำไม่เกิน 1 ศอก แต่ถ้าตกปลาหมอโค้งหรือปลาหมอตา ก็ควรลงลึกไปประมาณกลางๆ น้ำ ไม่ต้องถึงดิน แต่ถ้าตกพวกปลากดปลาแขยงก็ต้องลงเหยื่อให้ถึงพื้นดิน เหยื่อกุ้งสดหรือกุ้งเป็นก็เป็นที่ชื่นชอบของปลากดและปลาคังเช่นกัน



4.เหยื่อแมลงปอ 
ใช้ตกปลาแรด ปลาหมอ ปลาหมอโค้ว 5. ปลาหมอตะกรับ วิธีเกี่ยวแมลงปอให้เกี่ยวคมเบ็ดเข้าทางหางร้อยให้คมเบ็ดโผล่กลางอก ถ้าใช้ปลาแรดให้หย่อนลงจากผิวน้ำประมาณ 1 ศอก แต่ถ้าเป็นปลาหมอโค้วหรือปลาหมอตาลให้หย่อนลึกประมาณกลางน้ำ หรือเกือบถึงพื้นขึ้นอยู่กับแหล่งปลาด้วย



5.เหยื่อสูตรผสม 
พวกขนมปังปนรำ ใส่หัวเชื้อนมแมว ใช้ตกปลากระมัง ปลากระแห ปลาตะพาก จากการทดลองมาหลายปีพบว่า สูตรสำหรับผสมจะเป็นขนมปังสด ผสมกับรำละเอียดและใส่หัวเชื้อน้ำหอมกลิ่นนมแมว ผสมให้เข้ากันให้พอหมาดๆ ระวังอย่าให้เหลว เพื่อให้ติดกับเบ็ดแน่นๆ ไม่หลุดง่าย


ที่แพน้ำโจนนี้เหยื่อผสมจะใช้ตกปลากระมังเป็นหลัก เพราะมีค่อนข้างชุกชุม เวลาตกควรใช้ลูกหมุน 3 ทางแล้วผูกเบ็ด 2 ตัว ควรใช้เบ็ดขนาดเบอร์ 5 กำลังดี ขณะตกให้หย่อนเหยื่อลงสู่พื้นล่าง และดึงสายตรึงให้ตะกั่วลอยจากพื้น ให้เหยื่อนอนอยู่ที่พื้น รอปลากินเหยื่อ แต่การใช้เหยื่อขนมปังรำนี้ ถ้าลงเหยื่อนานไป เหยื่อจะหมด ต้องเอาเหยื่อขึ้นดูบ่อยๆหน่อย ปกติ หย่อนเหยื่อลงไปซักครู่ พอเหยื่อถึงพื้นสักเดี๋ยวจะถูกปลาตอดเหยื่อแล้ว เทคนิคก็คือ เมื่อหย่อนเหยื่อแล้วต้องปั้นเหยื่อเม็ดเล็กขนาดเม็ดถั่วเขียวหย่อนตรงบริเวณสายเบ็ดที่เราตกอยู่ เพื่อให้ปลาเข้ามาวนกินเหยื่อที่อ่อยไว้ จะทำให้เราตกปลาได้ตลอดเวลา

======================================

 ประเภทการตกด้วยเหยื่อปลอม แบ่งเป็น 3 วิธี คือ 


 1.การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมแบบผิวน้ำ การตกเหยื่อปลอมแบบผิวน้ำ วิธีนี้มีมาประมาณ 10 ปีแล้ว การตกเหยื่อปลอมผิวน้ำ หรือที่เรียกเหยื่อชนิดนี้ว่า เหยื่อบล๊อกๆ เป็นเหยื่อปลาปลอมติดใบพัด ใบพัดมีหน้าที่เป็นเสียงเรียกให้ปลาสนใจแล้วมองเห็นปลาปลอม มันจึงไล่กัด


ส่วนมากเรามีไว้ตกปลาชะโด แต่เจ้าปลากระสูบก็กินเหมือนกัน แต่จะเป็นปลากระสูบขนาดใหญ่เท่านั้น ฉะนั้นแล้วเจ้าเหยื่อบล๊อกๆนี้มีไว้เพื่อปราบชะโดเป็นหลัก วิธีใช้เหยื่อบล๊อกๆที่ถูกต้อง ตัวเหยื่อบล๊อกๆจะเป็นเหยื่อที่มีน้ำหนักมาก ต้องใช้สายใหญ่หน่อย ควรเป็นสายแรงดึงประมาณ 15 ปอนด์ขึ้นไปจะดี แต่เหยื่อต้องแข็งแรง ใบพัดต้องแข็งแรง ส่งเสียงดัง บล๊อก ! เป็นเสียงเรียกที่ไม่ผิดเพี้ยน 


เหยื่อใบพัดเป็นเหยื่อที่มีจุดกำเนิดมาจากตัวเหยื่อกบ ประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนหลังที่เป็นใบพัดจะหมุนตีน้ำดัง บล๊อกๆๆ ปลาอาจฟังว่าเป็นเสียงจ๊อกๆๆแบบกบกระโดดบนผิวน้ำจึงไล่กัด ติดเบ็ดสองทางที่หงายขึ้นไว้เข้าเต็มปาก เมื่อตอนถ่ายทำสารคดีส่องโลกทางช่อง 5 คุณสุธี สุทธิวงศ์ คิดทำเป็นตัวพิเศษเพื่อการถ่ายจะได้เห็นช่วงเวลาที่ปลาฮุบเหยื่อผิวน้ำได้ชัด ดูแล้วเร้าใจ แต่เหยื่อชุดแรกที่เขาถ่ายทำนั้นตัวปลาปลอมจะสั้นกว่าปัจจุบันเล็กน้อย ข้อเสียก็คือตัวเบ็ดตัวท้ายกับตัวกลางอาจเกี่ยวกันทำงานไม่สม่ำเสมอ แต่ปัจจุบันนี้เหยื่อทุกตัวได้รับการปรับปรุงให้ตัวเหยื่อยาวกว่าเดิมเล็กน้อย ซึ่งทำให้ตัวเบ็ดทั้งสองตัวสามารถทำหน้าที่ได้เต็มที่ทุกครั้งที่ตีเหยื่อไป เทคนิคในการตีเหยื่อใบพัดหรือเหยื่อบล๊อกๆ ให้ตีเหยื่อเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ พอเหยื่อตกถึงน้ำให้ดึงเหยื่อกลับทันที เหมือนตุ๊กแกตกน้ำ พอถึงน้ำมันจะกระโดดบนผิวน้ำต่อ การตีเหยื่อก็ต้องขึ้นอยู่กับการฝึกฝน และเดาเป้าหมายที่มีปลาถูก ก็จะได้ผลทันที


2.การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมกลางน้ำ เราเรียกเหยื่อชนิดนี้ว่า เหยื่อปลั๊ก มีสองชนิดคือชนิด ปลั๊กน้ำตื้น 2.และ ชนิดปลั๊กน้ำลึก


ชนิดปลั๊กน้ำตื้น (ดำตื้น)เหยื่อชนิดนี้เป็นเหยื่อรูปร่างเหมือนตัวปลา มีปากสั้นไว้สำหรับกินน้ำส่ายไปมาเหมือนปลาว่ายน้ำ แต่จะว่ายอยู่ใกล้ๆผิวน้ำ ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะลากเหยื่อเร็วแค่ไหน ก็จะดำได้ลึกไม่เกิน 1 เมตรจากผิวน้ำ เหยื่อชนิดนี้ใช้ตีตามที่มีสาหร่ายตื้น แต่ต้องลากเหยื่อไม่ให้ติดสาหร่าย ถ้ามีปลาอยู่ใต้สาหร่ายมันจะขึ้นไล่กัดเหยื่อ 


ชนิดปลั๊กน้ำลึก  (ดำลึก)เหยื่อชนิดเป็นนี้เป็นเหยื่อที่มีรูปร่างเหมือนตัวปลา มีปากยาวไว้สำหรับกินน้ำลึก ส่ายไปมาเหมือนปลาว่ายน้ำ ถ้าลากเร็วก็จะดำน้ำลึก อาจถึง 2 เมตรจากผิวน้ำ เหมาะสำหรับใช้ตกตามหน้าผาหรือแหล่งสาหร่ายลึกๆ เหยื่อสองชนิดนี้แต่ก่อนเมื่อกว่าสิบปีที่แล้ว ทางคุณสุธีได้ผลิตขึ้นใช้ในหมู่ชมรมตกปลาด้วยกัน แต่มาระยะหลังไม่ได้ผลิตขึ้น มีบ้างแต่น้อย ในหมู่นักตกปลาด้วยกันจะรู้ดีว่ามันทำยาก แอคชั่นไม่ค่อยดีเท่ากันทุกตัว การตั้งแอคชั่นยากมาก แต่ชนิดปลั๊กน้ำลึกยังใช้ได้ดีมาก


ปลาที่อยู่แหล่งน้ำลึกยังพอหาตกได้ เหยื่อชนิดนี้เวลาปลาติดเบ็ดจะเกิดวงพรายอากาศใต้น้ำ เราต้องสังเกตดูวงพรายใต้น้ำ ถ้าวงใหญ่ก็ตัวใหญ่ ถ้าวงเล็กเล็กก็ตัวเล็ก ข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ต้องระมัดระวังปลาจะพาเหยื่อไปติดตอใต้น้ำ ต้องขืนไว้ไม่ให้เข้าตอ จึงจะได้ตัว 


3.การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมใต้น้ำ ถ้าพูดถึงการตกในน้ำจืดคงจะหมายถึงเหยื่อปลอมที่เรียกว่าสปูน เป็นเหยื่อปลอมสำหรับตกปลากระสูบ ใช้ตกปลาน้ำลึกผลดี แต่น้ำไม่ควรลึกเกิน 20 เมตร แหล่งที่ตกอาจจะเป็นหน้าผาหรือแหล่งตอไม้ใต้น้ำ การตีเหยื่อสปูนต้องปล่อยให้เหยื่อสปูนลงถึงพื้นแล้วหมุนรอกดึงสายกลับทันที เพราะทั่วไปปลากระสูบขึ้นฮุบผิวน้ำแล้วมันจะลงไปอยู่ตามตอไม้หรือกอไม้หรือกองหินใต้น้ำเสมอ ฉะนั้นเราต้องหย่อนเหยื่อให้ถึงปลา บางครั้งเราหมุนเหยื่อกลับมาจากพื้นเพียง 1-2 เมตร ก็จะมีปลาฉวยเหยื่อแล้ว 


การตีเหยื่อสปูนตกน้ำลึก เราจะไม่ตีเหยื่อไกลๆ เพราะจะทำให้ตัวเหยื่อติดตอไม้ใต้น้ำแล้วปลดไม่ออก อาจเสียเหยื่อ เราควรตีเหยื่อระยะใกล้ๆเท่านั้น เวลาที่ตัวเบ็ดเกาะตอ เราสามารถตวัดออกได้โดยไม่เสียเหยื่อ การตีเหยื่อปลอมแบบสปูนก็ต้องฝึกให้แม่นยำ เข้าเป้าหมายเหมือนการใช้เหยื่อปลอมแบบผิวน้ำ และการตีเหยื่อปลอมแบบสปูน ถ้าตีปลาฝูง เวลาเหยื่อตกน้ำต้องลากเหยื่อสปูนมาบนผิวน้ำ จะถูกปลากระสูบไล่กัด
ขอบคุณบทความดีๆๆจาก
เจ้าของรูปภาพจากทุกที่มา
กูเกิ้ล
สยามฟิชชิ่ง

======================================

สีของเหยื่อปลอม กับ การมองเห็นของปลา



สีของเหยื่อปลอมกับการมองเห็นของปลา
หลายๆท่านที่ชื่นชอบการตกปลาด้วยเหยื่อปลอม หลายคนคงมีวิธีเลือกสีของเหยื่อปลอมในแบบของตนเอง จะเลือกสีสมจริงคือลักษณะสีเหมือนปลาเหยื่อจริงๆทุกประการหรือจะเลือกสีสันสดใสต้องตาต้องใจเหล่าปลาล่าเหยื่อผู้หิวกระหายก็แล้วแต่ประสบการณ์และกลเม็ดของแต่ละคน

องค์ประกอบหลักๆการมองเห็นสีของเหยื่อมีด้วยกัน 4 ประการ

 1. สีของน้ำ : หากน้ำในหมายที่เราตกปลา มีเป็นน้ำที่ขุ่น การเลือกสีที่ เป็นพวกสีเงินโครเมียม หรือ สีทองโครเมียม หรือ สีจำพวกเงินๆ จะดีมากๆ เพราะ เวลาเราลากเหยื่อ สีเงินจะกระทบกับแสงแดด ส่องเป็นประกายวิบๆวับ เหมือนเกล็ดลูกปลา แต่ถ้าหมายที่เราจะตก เป็นน้ำที่ใส่ หรือออกสีเขียวๆ เล็กน้อย เราก็สามารถเลือกสีที่สดๆได้ เพราะสีของน้ำเป็นเสมือนม่าน หรือ เลนส์แว่นกันแดดที่บังตาของปลาอยู่ โดยรวมแล้ว ปลาไม่ได้มองเห็นเหยื่อเป็นรูปเป็นร่าง ปลาเหมือนที่เรามองเห็น แต่ะจะเห็นเป็นลักษณะ ของภาพลวงตา หรือกลุ่มสีเป็นก้อนๆ วับๆแวมๆ เท่านั้น จะไม่ได้ใส่ปิ้งเหมือนที่เราเอาเหยื่อไปหย่อนดูในตู้ปลา

2. ระดับความลึกของน้ำ : อันนี้จะเห็นผลได้อย่างชัดเจน เวลาเราไปตกปลาตามเขื่อน หรือ เอาเหยื่อปลอมไปลากที่ทะเล ความลึกของน้ำจะส่งผลให้ปลามองเห็นสีของเหยื่อยิ่งผิดเพี้ยนไปจากที่เราเห็น กล่าวคือ เมื่อระดับน้ำยิ่งลึกเท่าไหร่ ก็จะมืดมากขึ้นเท่านั้น หากน้ำลึกและมีแสงแดดน้อยมากๆถ้าเราใช้เหยื่อที่เป็นตัวสีใส(ที่เรามองบนบก แล้วเหมือนลูกปลามากๆ ) แต่พอลงน้ำสีใส่นี้จะกลืนไปกลับสีน้ำ ทำให้ปลามองเห็นเหยื่อของเราได้ยากยิ่งขึ้น และในบางครั้ง หากถึงความลึกระดับหนึ่ง เหยื่อจากสีม่วง ที่เราเห็น ปลาจะเห็นเป็นเงาสีดำๆเท่านั้น ฉะนั้นหากเราจะต้องไปตกปลาที่เขตน้ำลึก ควรเลือกเหยื่อที่มีสีสันสดใส เห็นได้ชัดเจน และ ควรคำนึงถึงระดับควมลึกให้มากๆ ด้วยครับ

3. องค์ประกอบฉากหลัง หรือ แบล็กกราวที่เหยื่อว่ายผ่าน : ในกรณีน้ำอาจยกตัวอย่างง่ายๆว่า ถ้าเหยื่อที่เราใช้ว่ายผ่าน แนวกองหิน สีแบล็กกราวก็จะเป็นสี โทนเทา หรือ น้ำตาล หากเราเลือกใช้เหยื่อที่ กลืนกันไปกับแบล็กกราว ปลานักล่าก็อาจจะมองไม่เห็น หรือ อาจจะเห็นเหยื่อเราไม่ชัด แต่กลับกัน หากเราเลือกใช้เหยื่อที่มีสี แดงขาว ซึ่งเป็นสีสว่าง ปลาก็จะเห็นเหยื่อของเราได้ชัดเจนขึ้นครับ

 4. สภาพอากาศ : ใน ส่วนนี้ สภาพอากาศจะมีต่อแสงแดดที่ส่องถึงลงมาในน้ำ หากวันนั้นมีฝ้าครึ้ม เมฆมาก แสดงแดดก็จะมีน้อย ส่งผลให้ เหยื่อสีเงินๆ ที่เราเลือกใช้ไม่ได้รับแสงแดดสะท้อนเท่าที่ควร สีของเหยื่อก็อาจจะผิดเพี้ยนไป จะเห็นได้ว่า แม้เราจะไปหมายเดิม และ เลือกใช้เหยื่อตัวเดิม ที่ตำแหน่งเดิม ผลที่ออกมาก็อาจจะไม่เหมือนเดิมก็ได้ หากเราทราบถึงองค์ประกอบหลักๆ และ สิ่งที่เราควรให้ความสำคับเพิ่มขึ้นแล้ว เราก็อาจจะแก้ไขปรับเปลี่ยน วิธีการเลือกซื้อเหยื่อของเราได้คุ้มค่า และ ให้ผลลัพทธ์ได้ดียิ่งขึ้น

ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้บอกว่า การที่คุณเลือกสีเหยือได้ถูกตอ้งเหมาะสมแล้ว จะได้ผล100%ทั้งหมด เพราะสีของเหยื่อก็เป็นเสมือนองค์ประกอบอีกเพียงอีกอย่างหนึ่ง ของทั้งหมด แต่แม้จะมีอีกหลายๆองค์ประกอบที่ทำให้ดูวุ่นวาย แต่สิ่งเหล่านั้นก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการตกปลา ไม่มีอะไรที่แน่นอนตายตัว มีเพียงสิ่งที่เราพอจะค้นหาและศึกษา ทดลอง + โชคอีกนิดหน่อย เพื่อให้ทริปนี้จะได้ ”ไม่ต้องขุดแห้ว”กลับบ้านมาอีกก็พอ หวังว่าสิ่งที่ได้บอกเล่าไปจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆนักตกปลาบ้างไม่มากก็ น้อยนะครับ
ในตลาดวงการเหยื่อปลอมนั้น เราจะจำแนกสีและลายของเหยื่อได้ประมาณนี้




1.เหยื่อแบบสีโครเมียม เหยื่อแบบสีโครเมียม อาจเป็นสีเงินโครเมียม หรือสีทองโครมเมียม สะท้อนเงาเป็นกระจกเลย เวลาลงน้ำเหยื่อพวกนี้ก็สะท้อนเงาสิ่งรอบข้างเช่นกันครับ เช่นตกแถวแนวสาหร่ายก็สะท้อนเงาสาหร่ายกลืนกับเงาสาหร่าย ตกแถวแนวกิ่งไม้ตอไม้ก็สะท้อนเงากิ่งไม้ตอไม้ เหมือนลูกปลาที่ปรับสีตัวเองให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เวลาเหยื่อเคลื่อนไหวก็จะเกิดเป็นภาพ illusive เหมือนฉากการล่องหนของ predator คือเห็นเป็นอะไรบางอย่างใสๆ วูบๆ วาบๆ

 2.เหยื่อแบบใส เหยื่อแบบใส หรืออาจเป็นเขียวใส เหลืองใส แดงใส น้ำเงินใส หรือใสแบบหลายๆ สี ใส่เกล็ดเงินเกล็ดทองระยิบระยับเข้าไปด้วยก็มี ก็คล้ายๆ กับเหยื่อแบบโครมเมียมนั่นและครับ ให้แสงส่องผ่านให้กลืนกับฉากหลังบ้างเหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรับสีของตัว เองให้ใกล้เคียงกับสภาพแวดล้อมให้เกิดภาพ illusive เช่นกัน


3.สีปลาบาดเจ็บ สังเกตดูว่าเหยื่อปลั๊กส่วนใหญ่จะคางสีแดง นั่นคือลักษณะของปลาป่วยหรือได้รับบาดเจ็บครับ คางแดง เหงือกแดง ครีบแดง ท้องแดง ลิ้นแดง หรือแม้กระทั่งเบ็ดแดงดูเหมือนมีเลือดออก (ลองไปสังเกตปลาทองที่ป่วยดูนะครับ) อีกลักษณะนึงก็คือจุดดำๆบริเวณค่อนไปทางหาง จุดใหญ่ๆ เท่าลูกตาปลานั้นแหละ อันนี้เลียนแบบรอยช้ำบนตัวปลา เหมือนกับว่าถูกปลาตัวอื่นชาร์จมาแล้วทีนึง รอดมาได้แต่ก็ช้ำ อาจร่อแร่ด้วย เหมือนกับปลาตัวอื่นชงไว้แล้ว ปลาอีกตัวที่มาเจอก็กินเสียเลย ก็เอาไว้เป็นแนวทางในการเลือกเหยื่อก็แล้วกันนะครับ


อย่าลืมสังเกตุด้วยนะครับว่าแถวๆ นั้นมีปลาอะไรที่เป็นปลาเหยื่อ หน้าตาเป็นอย่างไร ลูกปลาพวกนั้นตัวเล็กใหญ่แค่ไหนสร้าง illusive แบบไหน เลือกสีได้แล้วก็ต้องทดลองหาแอ็คชั่นช้าเร็ว นุ่มนวลหวือหวา และความลึกที่เหมาะสมด้วย ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ต้องจินตนาการและลองผิดลองถูกกันไปครับ

ส่วนอันนี้คือข้อมูลอ้างอิง การเลือกสีเหยื่อ จาก Rapala ครับ (ส่วนมากหลักการนี้มักใช้เลือกสีเหยื่อจำพวกงานทะเล เช่น เหยื่อRapala ตะกลูCD ครับ) อาจเป็นข้อมูลเก่าแต่ก็ยังใช้ได้ดีจนถึงปัจจุบันนะครับ

1. สีขาวหลังดำหรือหลังเขียว ใช้กับอากาศแจ่มใสหรือกับสภาพพื้นน้ำใส

2. สีขาวหลังฟ้า ใช้กับงานลากเหยื่อในระดับลึกในวันที่ ท้องฟ้าปลอดโปร่งแจ่มใส

3. สีทองหลังดำ ใช้กับวันที่อากาศมือครึ้มหรือสภาพพื้นน้ำที่มีแสงน้อย

4. สีทองหลังส้ม ใช้กับพื้นที่น้ำขุ่นมากหรือขุ่นเป็นโคลน

5. สีขาวหลังไพล(เขียวอมเหลือง)ใช้กับพื้นที่ที่แสงส่องไม่ถึงหรือในงานลากเหยื่อในระดับลึกมาก

6. สีชมพูคาดน้ำเงินหลังดำ ออกแบบมาเพื่อตกปลาแซลม่อน ปลาเทร้าท์

7. สีเขียวหรือสีทองหลังดำ เป็เหยื่อที่ก่อให้เกิดภาพลวงตาได้มากที่สุดในสภาพที่มีแสงน้อยทัศนวิสัยมืดคึ้ม

8. สีทองหรือสีเงินหลังน้ำตาลเหมาะสำหรับใช้ในแหล่งน้ำที่มีกุ้งอาศัยชุกชุม หรือในระดับลึกในวันที่อากาศครึ้ม

9. สีเงินหลังดำหรือหลังเขียวใช้ได้ผลกับปลาล่าเหยื่อทุกชนิดในวันที่อากาศโปร่งแจ่มใส

10. สีทองหลังเขียว ใช้ในวันที่อากาศมืดคึ้ม 11.สีขาวหัวแดง เป็นสีที่ยั่วยุให้ปลาล่าเหยื่อเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวมาก


============================= 

ขอบคุณที่มาจาก

=============================

ร้านขลุงฟิชชิ่ง (klungfishing)


ร้านขลุงฟิชชิ่ง
  ตั้งอยู่ที่ 86/2  เทศบาลขลุงสาย3  เลยแยกโรงเจลงไปขลุงล่าง


จำหน่ายอุปกรณ์ตกปลาทุกชนิดพร้อมให้คำปรึกษา


ติดต่อได้ตามเบอร์โทรด้านบนหรือที่เฟซบุ็คครับ


_______________________________



_______________________________



บ้านพักริมคลองหนองบัว



บ้านพักริมคลองหนองบัว

 เป็นที่พักแบบโฮมสเตย์  ติดกับร้านบัวขาว ติดริมคลองหนองบัวซึ่งเป็นแม่น้ำที่ไหลลงสู่ทะเล ตั้งอยู่ข้างในตลาดหนองบัว(ตลาดโถรัตน์) ต.หนองบัว อ.เมือง จันทบุรี  


ราคาห้องพักโฮมสเตย์ 400 บ.ต่อคืน มีพัดลม ห้องน้ำในตัว มีระเบียงรับลม
(ราคา ณ 03/10/57)


 ด้านหน้าเป็นสะพานไม้ ใช้เป็นพื้นที่ตกปลาได้ ปลาที่ตกได้มี ปลากด กระพง ปลาดุกทะเล และอื่นๆ



 บรรยากาศสดชื่นอากาศเย็นสบาย ท่ามกลางป่าโกงกาง แมกไม้ สรรพสัตว์ชายเลน ใกล้ตัวเมือง


สนใจสอบถามได้ที่เบอร์ 087-415-8069 หรือ Facebook