Showing posts with label เหยื่อปลอม. Show all posts
Showing posts with label เหยื่อปลอม. Show all posts

รูปแบบการตกด้วยเหยื่อยาง (Carolina Rig)


แบบที่1 Carolina Rig แคโรไลน่า ริ๊ก
ชื่อ นี้ทุกท่านน่าจะคุ้นหูกันดี คำว่า ริ๊ก แปลว่า เล่ห์ หรือ อุบาย การประกอบก็ตามรูปครับ ตามตำราแต่ดั้งเดิม บอกว่าให้ใช้ ตะกั่วรูปทรงลูกปืน หรือทรงรักบี้ ทรงกลมก็ได้ เน้นก็ตรงที่ขนาดให้เล็กไว้ก่อน เพื่อเมื่อปลากินเหยื่อ จะได้ไม่มีแรงกดของตะกั่ว ทำให้ปลาระแวงคายเหยื่อ สายหลีดที่ใช้ ควรใช้สายเล็ก ๆ และควรเป็นสีที่ไม่สะดุดตาไปกว่าเหยื่อยางของเรา อาจเป็นใสธรรมดา หรื่อหากปลามีฟัน และครีบที่คม ใช้สายถัก หรือ สายลวดหุ้มพลาสติกเล็ก ๆ ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด


ข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ ตัวเบ็ดที่นิยมใช้กับเหยื่อยางนี้ มีก้านยาวพอสมควร หากปลาไม่กลืนเหยื่อ ก็คงไม่ทำอันตรายกับสายเราได้ ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพการณ์แต่ละครั้งของการตกปลาครับ จากตัวเบ็ดสายลีดเดอร์นิยมใช้ยาวอยู่ประมาณ 8-10 นิ้ว หรือยาวมากกว่า ผูกเข้ากับลูกหมุน ตามด้วย ลูกปัดเล็ก ๆ ไม่ควรใช้สีสะดุดตา ต่อด้วยตะกั่วทรงลูกปืน



หมาย เหตุ ลูกปัดใส่สำหรับ กัน ตะกั่ว ซึ่งมีเนื่ออ่อน กดทับลูกหมุน จนเป็นรอยบาก ซึ่งอาจทำอันตรายกับสายเบ็ดได้


การใช้งานแบบ Carolina Rig นี้ เหมาะกับการตกปลาโดยมีข้อสังเกตดังนี้

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhG-f0LKF74CHdROnrjc_oMPn7K2P1o2TmnPBqlr1cen6SkB8oJsVnizS7Snz4JhhGPYg9Zs_P-hVxIFBeFkZPBD8JdfCzTdf0oBzbz2h7Vng0svCihTNYq36VyDFHkW2RKiuzwOiOl_iO2/s400/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%874.jpg

1. มักใช้งานกับสภาพพื้นน้ำที่มีดินตะกอนทับถมอยู่มากหรือขั้นเป็นดินเลน การประกอบเหยื่อแบบนี้ มักนิยมใช้ร่วมกับเหยื่อ แบบลอย มากกว่าแบบ เหยื่อจมนะครับ หากผู้ผลิตไม่แจ้ง ก่อนใช้งาน เราควรทดสอบด้วยการทิ้งลงน้ำดูก่อน ว่าเหยื่อยางที่เรามีอยู่นั้น ลอยน้ำหรือจมน้ำ ข้อนี้ เป็นตัวเลือกสำคัญ ในการใช้งานให้เหมาะกับพื้นที่ และ ชนิดปลาหรือระยะที่ปลาแต่ละชนิดเฝ้ารอเหยื่ออยู่


2. เหมาะ กับแหล่งสภาพน้ำไหล เช่นลำธาร หรือแม่น้ำ คลองส่งน้ำ สายลีดเดอร์ที่ยาวนี้จะช่วยให้เหยื่อพลิ้วไหว อย่างนุ่มนวล ไม่สั่นระริก จนปลางับไม่ทัน หรือเหยื่อโดนแรงน้ำ พัดจนส่ายเสียปลาตกใจ แทนที่จะเข้าชาร์ตเหยื่อ เรื่องนี้ นักตกปลาทะเลส่วนใหญ่ เข้าใจเรื่องสายหน้า ยาว ๆ นี้ดีครับ


3. มัก ดูช่วงเวลา และชนิดปลาล่าเหยื่อเป็นหลัก เมื่อเราประกอบเข้ากับเหยื่อแบบจม เหยื่อจะคืบคลาน บนผิวดินใต้น้ำ หากใช้เหยื่อลอย เหยื่อจะถูกยกขึ้นจากพื้นน้ำ ปลาที่ไม่ได้นอนรอเหยื่ออยู่พื้นน้ำจะสามารถเห็นเหยื่อได้ง่ายขึ้น

==============================


แบบที่2 การประกอบเหยื่อแบบ Texas Rig

การประกอบแบบนี้ ดูได้ที่ภาพครับ จะเห็นว่า ตะกั่ว จะอยู่ติดกับตัวเบ็ด อาจรองลูกปัดเล็ก ๆ กันกระแทก ด้วยสีสะดุดตา ก็ได้ครับ




การ ประกอบชุดสายหน้า แบบ เท็กซัส ริ๊ก นี้ นิยมใช้กับทั้งเหยื่อจม และเหยื่อลอย หากแต่เหยื่อลอย จะเป็นทางเลือกที่นิยมกว่า เพราะขณะสร้างแอ็คชั่น เราสามารถหย่อนสาย ให้ตัวเหยื่อลอยขั้นกว่าปกติ แล้วเพียงกระตุกเบา ๆ ก็สามารถสร้างแอ็คชั่นไห้ตัวเหยื่อได้อีกแบบ ปกติเมื่อประกอบเข้ากับเหยื่อลอย ตัวเหยื่อจะทำมุมตั้งขั้น ประมาณ 70-80 องศา (ในขณะเรากรอสายกลับมาช้า ๆ ) ทำให้ปลาที่กบดาน หรือเฝ้ารอเหยื่ออยู่ที่หน้าพื้นดิน เข้าชาร์ตเหยื่อแบบหวังผลได้ค่อนข้างสูง

==============================





แบบที่3 คือแบบการใช้เบ็ดหัวจิ๊กประกอบเข้ากับตัวเหยื่อโดยตรง

แบบ นี้ นับเป็นทางเลือกที่สะดวกเช่นกัน หากปลาที่ตกไม่ระแวงกับหัวจิ๊ก ที่ออกจะหนักสักนิด (นิดเดียวจริงๆ ) ก็คงไม่พลาดได้ปลามาเชยชมแน่นอน


==============================



แบบที่4 คือการใช้ตัวเบ็ดแบบฝังเข้าตัวเหยื่อแล้วโผล่คมออกมาด้านนอก


การประกอบเหยื่อแบบนี้ เหมาะกับพื้นน้ำเปิด หรือไม่มีอุปสรรคใต้น้ำนะครับ ใช้กันมาก ๆ ก็การจิ๊กเหยื่อจากที่สูง หรือบนเรือครับ ข้อควรระวัง ก็คือการประกอบควรให้ คมเบ็ดโผล่ออกมาด้านหางไม่งอเข้า นะครับ หากเราหันคมเบ็ด เข้าไว้ทางด้านหางงอ เมื่อหย่อน หรือตีเหยื่อ หางจะงอจนฝังเข้ากับคมเบ็ดได้ ทำไห้เหยื่อเสียแอ็คชั่นได้ แต่หากนักตกปลาใช้เหยื่อ กรับหางงอนี้แบบลากผ่านผิวหน้าดิน และไม่ได้เหวี่ยงเบ็ดแบบด้วยแรงที่มากนักการเกี่ยวแบบคมเบ็ดโผล่ทางด้านหาง งอก็นิยมทำกันมานาน นัยย์ว่าเมื่อเบ็ดลากที่ผิวหน้าดิน หางงอจะหงาย และต้านน้ำ ทำให้ออกแอ็คชั่นได้ดีกว่า แต่สำที่ผมใช้ตกปลาบ่อย ๆ มักเกี่ยวคมโผล่ออกอย่างที่กล่าวไว้ตอนแรกครับปลากัดเหมือนกันลองปรับใช้ดู นะครับ


==============================


แบบที่5 คือการใช้เบ็ดก้านสั้น
จากในภาพมีแขนกันสวะ หรือป้องกันตัวเบ็ดเกี่ยวกับกับ อุปสรรคใต้น้ำ การประกอบเหยื่อแบบนี้มักหวังผลกับปลาที่อยู่ตามตอ หรือ กองหินกลางน้ำ นักตกปลาส่วนมากนิยมตีเหยื่อที่ประกอบแบบนี้เข้าหาตอไม้กลางน้ำเลยครับ ตัวเหยื่อจะตกลงน้ำ แบบจมลงช้ากว่า ปกติ (หมายถึงเจ้าตัวยาวด้านบนครับ) อาจมีเจ้าตัวใต้น้ำที่เฝ้าตออยู่ เข้าชาร์ตได้ทันที  การสร้างแอ็คชั่นใต้ผิวน้ำก็สามารถทำได้ปกตินะครับ นิยม กระตุกให้ตัวเหยื่อลอยขึ้น แล้วหยุดมากกว่าการกรอสายกลับธรรมดา

รูป แบบการใช้งานคร่าว ๆ อย่างที่หลายท่านเคยได้ทราบและเคยสัมผัสมา คงครอบคลุมไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อน ส่วนการประกอบ แบบพิเศษ และรูปแบบการใช้งานที่ต่างออกไป เช่นการตีเหยื่อบริเวณอุปสรรคมีอยู่มาก เช่น จอก แหน กอบัว

ปกติผมจะไม่กระตุกเหยื่อเท่าใดนัก กับการการประกอบชุดปลายสายแบบที่กล่าวมายกเว้นรู้สึกได้ว่าเหยื่อจมดินเลนใต้น้ำ หรือปลาไม่สนเหยื่อจริงๆแล้วเท่านั้น หัวใจของการใช้เหยื่อยางคือการเคลื่อนที่ช้า ครับ เมื่อตีเหยื่อผมจะมองข้างตลิ่งก่อนเลย ไม่ก็ตอไม้ ที่โพล่ขึ้นเหนือน้ำ ถ้าอยู่บนเรือ ก็มักตีเหยื่อตกริมตลิ่ง ไม่ก็บนหินแล้วค่อยให้เหยื่อหล่นลงน้ำเบา ๆ จากนั้น เมื่อเหยื่อถึงพื้นน้ำ การกรอสายเข้า อย่างช้า ๆ (ช้าที่สุดเท่าที่จะช้าได้ ) เป็นหัวใจของการใช้หนอนยาง เพราะในธรรมชาติ ไม่มีหนอน หรือใส้เดือนตัวใด กระโดดได้ใต้น้ำนะครับ ยกเว้นเหยื่อยางจะรูปร่าง คล้ายปลา หรือที่นิยมใช้แบบกระตุก มาก ๆ ก็เป็นพวกรูปร่างที่มีแพนหางแบนและใหญ่ครับ ข้อมูลนี้ ผมได้จากการใช้งานส่วนตัว รวมถึงคนที่ผมรู้จัก ปลาช่อนเองก็เช่นกัน ผมเคยตกแบบ อยู่บนบ้านพักพิมน้ำ น้ำก็ใสมีปลาช่อนขยับครีบเบา ๆ อยู่กับที่ใต้แพ ผมหย่อนเจ้าหนอนยางหางงอลงไป กระตุกผ่านหน้าปลา ตั้งหลายที ไม่ยอมเข้าชาร์ตครับ จนค่อย ๆ ลาก ผ่านหน้า ช้า ๆ ปลาเข้างับทันที เรื่องระยะ การขยอก หรือกลืนเหยื่อของปลาช่อน มีอยู่บ้าง สังเกตจากการใช้จิ่งจกยางอดีต รวมถึงหลายท่าน ก็มักจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าให้รอนับเลขในใจสักนิด ค่อยวัดเหยื่อ

ในตอนท้ายนี้ ขอเสริมรูปแบบประยุกต์การใช้หนอนยาง สักนิด คือการประกอบแบบ Finesse rig (ฟินเนส ริ๊ก) หรือนิยมเรียกอีกอย่าง ตามลักษณะการประกอบว่า Split shot rig (สปริท ชอร์ท ริ๊ก) การประกอบใช้เหยื่อรูปแบบนี้ ไม่ยากครับ ส่วนมาก นิยมตะกั่วบีบขนาดเล็ก ๆ น้ำหนักเพียงสัก 2-4 กรัม บีบไว้ที่สายเหนือตัวตัวเบ็ดราว ๆ 8-10 นิ้วครับ การใช้เหยื่อรูปแบบนี้ เหมาะกับเหยื่อยางทั้งแบบจมและลอยครับ แบบลอยจะทำให้ตัวเหยื่อตกถึงพื้นช้ากว่า ตอนเรากระตุกให้เหยื่อกระโดดครับ การกระตุกให้กระโดดนี้ สองแบบแรกที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ก็นิยมใช้กันนะครับ แต่แบบ Finesse rig นี้ผมค่อนข้างนิยมใช้ร่วมกับแอ็คชั่นกระโดดมากกว่าครับ

การ ปฏิบัติ เมื่อเราตีเหยื่อเข้าสู่เป้าหมาย รอให้เหยื่อจมถึงพื้นน้ำครับ ตะกั่วเม็ดเล็ก จะค่อย ๆ พาเหยื่อยางถึงพื้นน้ำ หากตัวเหยื่อ พริ้วไหวผ่านหน้าปลาล่าเหยื่อ มันอาจเข้าชาร์ททันที จากพื้นน้ำ ให้เรากระตุกเหยื่อเพียง 1 ครั้ง คันทำมุม สัก 60-80 องศาขณะ รอให้เหยื่อตกถึงพื้นนำอีกครั้ง (เมื่อปลาชาร์ทเราจะรู้สึกได้ไวกว่ามากครับ) อาจกระตุกครั้งที่สอง โดยยังไม่กรอสายครับ กรณีที่เหยื่อเคลื่อนที่กลับมาไม่มากนัก การเคลื่อน ที่ของเหยื่อ จะกระโดดขั้น ตามตะกั่วเม็ดเล็ก แล้ว ดิ่งพริ้วสู่พื้นตามตะกั่วเม็ดเล็กเช่นกัน (ให้นึกถึงคนโดดร่มครับ ) ปลาที่ไม่ได้นอนนิ่งอยู่ผิวน้ำ เมื่อเห็นเหยื่อเรากระโดด จะให้ความสนใจ และกว่าครึ่งจะชาร์ตเหยื่อขณะเหยื่อพริ้วจมลงครับ



==============================



ขอขอบคุณข้อมูลจาก 
 fishing4you.com ,g-fishinggame.blogspot.com,จ้าวน้อยฟิชชิ่ง
==============================

การเกี่ยวเหยื่อหนอนยาง


ภาพที่ 1 เป็นเหยื่อหนอนหางดีดหรือหางใหญ่ 4 นิ้ว


ภาพที่ 2 ตัวเบ็ดหนอนที่ใช้กันให้เห็นส่วนใหญ่มี 2 ขนาดครับ ขนาด 2/0 และ 1/0


ภาพที่ 3 เป็นเหยื่อหนอนยางหางดีดหรือหางใหญ่ ข้อดีของเหยื่อหนอนยางหางใหญ่คือการสร้างแอ็คชั่นที่ดีเพราะมีใบหางใหญ่โบกไหวในกระแสน้ำ


ภาพที่ 4 ขั้นตอนแรกก็นำเบ็ดหนอนมาเกี่ยวตามรูป คือ ปลายเบ็ดกดลงปลายส่วนหัวของเหยื่อหนอนยาง



ภาพที่ 5 ให้กดปลายเบ็ดลงไปตัวเหยื่อประมาณ 4-5 มิลลิเมตร แล้วให้ปลายเบ็ดโผล่ออกมา ดังรูป


ภาพที่ 6 จะเห็นว่าปลายเบ็ดโผล่ออกมาตรงปลายตัวเหยื่อเล็กน้อย ดังรูป


ภาพที่ 7 ชัดเจนนะครับว่าปลายเบ็ดจะโผล่ออกมา


ภาพที่ 8 ให้ดึงตัวเบ็ดออกมาให้เกือบถึงตูดเบ็ด (เอาเป็นว่าผมเรียกตามภาษาชาวบ้านละกันว่า "ตูดเบ็ด" กะ "ปลายเบ็ด")

ภาพที่ 9 ให้บิดตัวเบ็ดโดยให้คมเบ็ดหันตรงกันข้ามกับ ภาพที่ 8 โดยให้ตูดเบ็ดที่เป็นขั้นบันไดซ่อนอยู่ในตัวเหยื่อ ดังรูป


ภาพที่ 10 เมื่อได้ดังภาพที่ 9 แล้วให้นำคมหรือปลายเบ็ดกดเข้าไปท้ายตัวเหยื่อ ดูดังรูปครับ


ภาพที่ 11 เมื่อได้แล้วก็ซ่อนคมเบ็ดหรือปลายเบ็ดกับตัวเหยื่อ โดยจับตัวเหยื่อมือนึง และ จับตัวเบ็ดอีกมือนึง แล้วดึงตัวเบ็ดซ่อนคมเบ็ดกับตัวเหยื่อ ดังรูปครับ เป็นอันเสร็จครับ


ขอขอบพระคุณที่มาดีๆของข้อมูลครับ

กบโดดอินดี้ Indyfrog lure

กบโดดอินดี้

กบโดดอินดี้ เหยื่อเเนวๆเอาใจนักตกปลาที่อยากฉีกเเนวเหยื่อรูปเเบบเดิมๆ ด้วยงานฝีมือเเฮนด์เมด
ตัวต่อตัวของน้าต้น ขลุง นักตกปลาลีลาอินดี้เเห่งเมืองขลุง บรรจงตวัดปลายพู่กันเเต่งเเต้มลวดลายเหล่ายอดมนุษย์ให้มาสิงสถิตในเหยื่อตัวงาม


เหยื่อกบโดดอินดี้ ทุกตัวติดอาวุธประจำกาย เบ็ด 3 โอ ของVANFOOK


ลายใหม่ ลายนกขาลุย angrybird 




ลายใหม่ มิกกี้+มินนี่ 



ลายใหม่ สางเหลือง



ราคาเหยื่อ กบโดดอินดี้ ตัวละ 250 บาท (ไม่รวมค่าส่ง)

สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ 0811561421 น้าต้น ขลุง

https://www.facebook.com/tonslap.cobain


============================
 โฆษณาโดยจันทบุรีฟิชชิ่ง
============================

เหยื่อยางอีกา E-GA Lure


เหยื่อยางอีกา

ผลิตจากยางสังเคราห์ ไม่หดตัว ดีไซด์เป็นรูปอีกาตัวน้อยไม่ซ้ำใคร
อีกา 5 cm. เบ็ด 2 O ราคา 70 บาทไทย ไม่รวมส่ง สั้งสีได้



มีทั้งทรงอีกาและกบ ราคาเดียวกัน เหมาะสำหรับปลาล่าเหยื่อทั่วไป

สนใจติดต่อได้ที่

0833282997 ฟู กบลูกอม 

 หรือเฟซบุ็ค

======================== 
 โฆษณาโดยจันทบุรีฟิชชิ่ง
======================== 
 

ปลากะพงขาว Barramundi


ปลากะพงขาว มีชื่ออังกฤษว่า: Barramundi, Silver perch, White perch และชื่อวิทยาศาสตร์คือ : Lates calcarifer เป็นปลาทะเลชนิดหนึ่งที่สามารถปรับตัวให้อยู่ในน้ำจืดหรือน้ำกร่อยได้ อยู่ในวงศ์ปลากะพงขาว (Latidae)

มีรูปร่างลำตัวหนาและด้านข้างแบน หัวโต จะงอยปากค่อนข้างยาวและแหลม นัยน์ตาโต ปากกว้างยืดหดได้ มุมปากอยู่เลยไปทางหลังนัยน์ตา ฟันเป็นฟันเขี้ยวอยู่บนขากรรไกรบนและล่าง ขอบกระดูกแก้มเป็นหนามแหลม ขอบกระดูกกระพุ้งเหงือกแข็งและคม คอดหางมีขนาดใหญ่และแข็งแรง เกล็ดใหญ่มีขอบหยักเป็นหนามเมื่อลูบจะสากมือ ครีบหลังอันแรกมีก้านครีบเป็นหนามแข็ง ปลายแหลม อันที่สองเป็นครีบอ่อนมีขนาดใกล้เคียงกัน ครีบใหญ่ปลายกลมมน พื้นลำตัวสีขาวเงินปนน้ำตาล แนวสันท้องสีขาวเงิน

มีขนาดความยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร พบใหญ่สุดถึง 2 เมตร หนักได้ถึง 60 กิโลกรัม โดยปลาที่พบในทะเลจะมีขนาดใหญ่กว่าปลาที่พบในน้ำจืด พบกระจายทั่วไปในชายฝั่งทะเลของทวีปเอเชียไปจนถึงตอนเหนือของออสเตรเลีย โดยเป็นปลาที่อพยพไปมาระหว่างทะเลกับน้ำจืด โดยพ่อแม่ปลาจะว่ายจากชายฝั่งเข้ามาวางไข่ในป่าชายเลนหรือปากแม่น้ำ จนกระทั่งลูกปลาฟักและเติบโตแข็งแรงดีแล้ว จึงจะว่ายกลับสู่ทะเล

บางครั้งพบอยู่ไกลจากทะเลนับเป็นร้อย ๆ กิโลเมตร เช่นที่ แม่น้ำโขง ก็มีเป็นปลากินเนื้อ อาหารได้แก่ สัตว์น้ำ, ปลา, กุ้ง ที่มีขนาดเล็กกว่า เป็นปลาเศรษกิจที่กรมประมงส่งเสริมให้เลี้ยง เกษตรกรนิยมผลิตลูกปลาชนิดนี้ส่งไปจำหน่ายยังประเทศมาเลเซียและไต้หวัน เนื้อมีรสชาติดี นำมาประกอบอาหารได้หลายประเภท เช่น แปะซะ, นึ่งบ๊วย เป็นต้น

นิยมตกเป็นเกมกีฬา อีกทั้งยังเลี้ยงเป็นปลาสวยงามได้อีกด้วย ปลากะพงขาว ยังมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ปลากะพงน้ำจืด" ขณะที่ชื่อท้องถิ่นในลุ่มแม่น้ำบางปะกงเรียก "ปลาโจ้โล้"

=============================
ขอบคุณที่มาจาก

รูปภาพจาก

=============================

5 เทคนิคสปินเนอร์เบท spinner bait


1.) การใช้สปินเนอร์เบทกับเหยื่อลูกปลาเป็น

สปินเนอร์เป็นเหยื่อปลอมที่เราเคยคุ้นและอาจเป็นเหยื่อไม้เด็ดของใครหลายคน และเป็นที่ชื่นชอบของปลาล่าเหยื่ออย่างเช่น ปลาช่อนและกระสูบ เฉกเช่นเดียวกับเหยื่อลูกปลาเป็นๆ ถ้าเราลองจับทั้งคู่มารวมกันมันน่าจะได้ผลดีกว่ามั้ย? เราสามารถสร้างสรรค์สปินเนอร์เบทได้ง่ายๆด้วยการเพิ่มใบพัดเข้ากับแกนลวด ที่ปลายด้านหนึ่งดัดเป็นห่วงไว้ผูกเอ็น ปลายลวดอีกด้านที่เป็นตัวเบ็ดแบบหนีบมาหนีบติดก้านลวดเพื่อถ่วงให้มีน้ำหนักสมดุล ตัวเบ็ดก็เกี่ยวกับลูกปลา

การลากเหยื่อควรทำแบบช้าๆ ประกายวาววับสะท้อนแสงที่เกิดจากใบพัดที่หมุนรอบแกน และอาการทุรนทุรายดีดดิ้นของปลาเหยื่อเหมือนล่อหลอกให้ปลาล่าเหยื่อให้หิวกระหายและพร้อมที่จะโจมตีเหยื่อได้ทุกเวลาวิธีนี้ดูโหดร้ายแต่ก็เป็นเทคนิคในการดำรงชีวิตของคนสมัยก่อน ปัจจุบันมีปลายางที่รูปร่างคล้ายปลาจริงมาก เป็นทางเลือกที่ดีกับนักตกปลาที่ไม่ชอบใช้เหยื่อปลาจริง


2.) ใช้สปินเนอร์เบทที่เน้นและออกแบบเฉพาะใช้น้ำใส

การใช้สปินเนอร์เบทชนิดธรรมดาเพื่อหวังตกปลาในแหล่งน้ำที่ใสแจ๋ว อาจทำให้ปลาล่าเหยื่อระแวงหรือตกใจ แต่ถ้าเลือกใช้เหยื่อที่ออกแบบมาตกในน้ำใสโดยเฉพาะมันจะทำให้เปอร์เซนต์ที่ปลาล่าเหยื่อจะฉวยเหยื่อเราอย่างไม่ระแวงมีโอกาสมากกว่า ลักษณะของสปินเนอร์แบบนี้จะมีขนาดเล็ก ใบพัดทำจากพลาสติกแข็งใส และจะพ่วงเหยื่อพลาสติกนิ่มที่เรียกว่า กรับเทลส์(Grubtails) เข้าไปด้วย



3.) ใช้เหยื่อสปินเนอร์เบทบริเวณกระแสน้ำวน

หลายครั้งที่เราออกตกปลาแล้วเห็นปลาล่าเหยื่อ ลอยตัวขึ้นอยู่บริเวณกระแสน้ำวน ซึ่งอาจจะอยู่หลังตอไม้ หรือโขดหินที่สายน้ำไหลมาปะทะ ซึ่งปลาล่าเหยื่อจะหันหน้าสู้กระแสน้ำเพื่อดักรอปลาเหยื่อที่ไหลมากับน้ำ กรณีนี้ให้เราเดินหาทำเลให้อยู่ด้านขวาของแหล่งน้ำ การเข้าชาร์จเหยื่อมักจะเกิดขึ้นด้านขวาตรงบริเวณที่กระแสน้ำปะทะกับตอไม้หรือโขดหิน

4.) ใช้สปินเนอร์เบทที่มีขนาดใกล้เคียงกับเหยื่อธรรมชาติ

วิธีนี้เราควรสังเกตุว่าแหล่งน้ำบริเวณหมายที่เราจะตกปลา อุดมไปด้วยสัตว์ชนิดใด เช่นมีปลาซิวควาย ปลากระดี่ ปลาสร้อยเยอะเราก็หาสปินเนอร์ที่มีใบใกล้เคียงพวกปลาเหยื่อในแหล่งน้ำ ซึ่งจะช่วยให้ปลาไม่ระแวงเหยื่อที่เราส่งไปถึงปากของมัน หรือถ้าหมายที่เราเลือกมีแต่พวกแมลงขนาดเล็กเราก็ควรลองใช้สปินเอร์ที่มีใบขนาดเล็กๆหลายๆใบ ซึ่งใบสปินขนาดเล็กอาจจะเรียกร้องความสนใจได้ดีกว่าเหยื่อมาตรฐานที่เราใช้อยู่ก็เป็นไปได้


5.) ใช้สปินเนอร์เป็นนักปีนเขา

เทคนิคเบื้องต้นของสปินเนอร์เบทคือการยกขึ้นปล่อยหมุนปล่อยหมุน วิธีนี้อาจจะเหมาะสำหรับพื้นที่เป็นโขดหินผาลาดชัน โดยการตีเหยื่อให้ตั้งฉากตามแนวหน้าผาหินสูงชัน ปล่อยเหยื่อให้จมถึงพื้น กระตุกเหยื่อให้ลอยสูงขึ้นด้วยปลายคันเบ็ดในระยะสั้นๆ แล้วปล่อยเหยื่อลงสู่พื้นโดยรักษาระดับความตึงของสายเอาไว้


ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆให้เกิดการกระโดดโลดเต้นของเหยื่อไปตามแนวหินลาดชันของพื้นที่ ซึ่งปลาล่าเหยื่อจะชาร์จเหยื่อในจังหวะที่เหยื่อตกลงไปบ่อยครั้ง

==============================

ที่มาดีๆจาก

จ้าวน้อยฟิชชิ่ง

==============================