Showing posts with label ตกปลาจันทบุรี จันทบุรีฟิชชิ่ง. Show all posts
Showing posts with label ตกปลาจันทบุรี จันทบุรีฟิชชิ่ง. Show all posts

การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมกับการตั้งค่าเบรก



เรื่องราวของการตกปลาเหยื่อปลอม มีอะไรมากมายที่น่าพูดถึง มีหลายต่อหลายอย่างที่นักตกปลาส่วนใหญ่ที่มีความชำนาญมากๆแล้ว หลายคนอาจจะจะมองข้ามทริคบางอย่างไปเลย เพราะเขามีความชำนาญและประสบการณ์ในการตกปลามามาก แต่ในวันนี้ขออนุญาติเอาเรื่องเก่าๆ ทริคธรรมดาๆ ที่หลายท่านอาจจะรู้แล้วมาเล่าสู่กันฟังกับเพื่อนนักตกปลาบางท่านที่อาจจะยังไม่เคยผ่านตากับเรื่องราวเล็กๆ อย่างเช่นเรื่องของการตั้งค่าเบรกของรอกเพื่อการตกปลาด้วยเหยื่อปลอม



การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมกับการตั้งค่าเบรก

บางคนสงสัยว่า การตั้งค่าเบรกมันไม่น่าจะมีอะไรตายตัว และมันจำเป็นขนาดที่จะต้องสนใจมันด้วยหรือ ที่จริงแล้วการตั้งค่าเบรกนี่แหล่ะคือเรื่องธรรมดาๆ ที่มีส่วนทำให้นักตกปลาพลาดการได้ปลาหรือไม่ได้ตัวปลาหลังจากการชาร์จเหยื่อของปลาแล้ว

คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ การตั้งค่าเบรกแข็ง ปานกลาง หรืออ่อน เอาไว้ก่อนมันจำเป็นกับการตกปลาด้วยเหยื่อปลอมไหม?

คำตอบ คือ จำเป็น เพราะว่านักตกปลาควรจะตั้งค่าของเบรกให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งในที่นี้เราหมายถึงการตั้งค่าเบรกจากรอกรอเอาไว้ก่อนที่ปลาจะเข้าชาร์จเหยื่อ


ตรรกะที่ว่านักตกปลาไม่สามารถจะทราบได้ว่าปลาที่จะเข้าชาร์จเหยื่อนั้นจะชาร์จเหยื่อแรงขนาดไหน ปลาที่เข้าชาร์จเหยื่อจะมีไซส์ขนาดใด ใหญ่หรือเล็ก อาจจะไม่จริงเสมอไป เพราะรุปแบบการตกปลาประเภทต่างๆ ด้วยเหยื่อปลอมแบบต่างๆ ในปัจจุบันและผลจากการวิจัย ทั้งจากนิสัยของปลา การล่าเหยื่อในแต่ละเวลาและสภาพอากาศของปลา สามารถทำให้นักตกปลาคาดคะเนได้ว่า เหยื่อประเภทไหนที่มีโอกาสที่จะพบการชาร์จเหยื่ออย่างรุนแรงของปลา ดังนั้นการตั้งค่าเบรกที่เหมาะสมที่สุดกับสภาวะการตกปลาของคุณจึงนับว่าเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง


การตกปลาล่าเหยื่อ ไม่ใช่ปลาทุกประเภทจะชาร์จเหยื่อแรงเหมือนกันไปหมด ปลาช่อนก็อย่างหนึ่ง ปลาชะโด ปลากระสูบ ปลากะพงก็อย่างหนึ่ง หรือปลากรายหรือปลาอื่นๆก็มีลักษณะการชาร์จที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว ปลาประเภทเดียวกันแท้ๆ แต่ลักษณะการชาร์จเหยื่อใต้น้ำ กับชาร์จเหยื่อผิวน้ำ ก็ยังเข้าชาร์จด้วยความแรงที่แตกต่างกันออกไป


ในการตีเหยื่อปลอมหมายเดียวกัน นักตกปลาไม่สามารถกำหนดเจ้าตัวปลายสายได้ว่าจะเป็นปลาอะไรมากิน เหยื่อปลอม เพราะในหมายธรรมชาติ เรื่องผิดคิวเกิดสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ทั้งหมดนี้จึงเป็นคำตอบที่ว่า นักตกปลาควรจะตั้งค่าเบรกแบบไหนล่ะที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งาน


การตั้งค่าเบรก อาจจะตั้งค่าให้เหมาะสมโดยใช้สภาพหมายหรืออุปกรณ์เป็นตัวกำหนด จึงอาจแยกได้ 2 แบบดังนี้


1. การตั้งค่าเบรคให้เหมาะสมกับสภาพหมาย



สภาพหมายธรรมชาติ
การตกปลาล่าเหยื่อในหมายธรรมชาติ เช่น เขื่อน ทะเล หรือการตกปลาบนเรือ ในหมายธรรมชาตินักตกปลาส่วนมากจะเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ ดังนั้นการตั้งค่าเบรกควรจะค่าให้อยู่ในระดับที่แข็งพอสมควร แต่ให้พอที่ปลาจะลากสายออกไปได้ เนื่องจากนักตกปลามีโอกาสที่จะพบกับการการชาร์จเหยื่อของปลาในหมายธรรมชาติที่ค่อนข้างรุนแรงถึงรุนแรงมาก การตั้งค่าเบรคควรตั้งอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างแข็งเอาไว้ก่อน และไม่ควรตั้งเบรกอ่อนแล้วค่อยปรับเอาภายหลังจากการชาร์จหรือวัดปลา เพราะปลาที่ชาร์จเหยื่อปลอมมีโอกาสเข้าชาร์จเหยื่อด้วยความเร็วและสปริ๊นท์ออกไปสุดแรงที่เราเรียกว่ากระชากนั้น การสปริ๊นท์และการกระโดดขึ้นเหนือน้ำของปลาล่าเหยื่อนี่แหล่ะที่หากนักตกปลาไม่ได้ตั้งค่าเบรกที่เหมาะสมไว้แต่แรก โอกาสแห่งความผิดพลาดและไม่ได้ตัวปลาจะมีเปอร์เซ็นต์ขึ้นสูงมากขึ้น ดังนั้น การตกปลาในเขื่อนหรือหมายธรรมชาตินักตกปลาควรตั้งค่าเบรกจากรอกในระดับที่ค่อนข้างแข็งเอาไว้ก่อนที่ปลาจะเข้าชาร์จจะเหมาะสมที่สุด



สภาพหมาย บึง หนอง หรือหมายที่มีสภาพรกร้าง
การตั้งค่าเบรกในสภาพหมายเช่นนี้ นักตกปลาควรตั้งค่าเบรกให้แข็งพอสมควรเช่นกัน เพราะในหมายที่มีพื้นที่รก อุปสรรคใต้น้ำเยอะ การเอาตัวปลาขึ้นจึงเป็นเรื่องยากตามมา นักตกปลาที่มีความชำนาญจึงมักจะใช้วิธีการสู้ปลาด้วยงัดปลาขึ้นสู่ผิวน้ำให้ได้เร็วที่สุดเพื่อควบคุมปลาให้พ้นจากสวะใต้น้ำและเอาปลาเข้าฝั่ง ในช่วงเวลาของการสู้ปลาในสภาพหมายที่เลวร้ายนี้ นักตกปลาจะต้องอาศัยการตัดสินใจที่รวดเร็ว อุปกรณ์ที่ไว้ใจได้และการกำหนดค่าของเบรกจากรอกนี่แหล่ะสำคัญมาก ถือว่าเป็นปัจจัยชี้ขาดของการได้ปลากันเลยทีเดียว


ภายหลังการเข้าชาร์จของปลา การตั้งค่าเบรกในรอกให้แข็งไว้ก่อนที่ปลาจะชาร์จจะให้ทำให้ปลาลากสายออกไปได้ยากและโอกาสที่ปลาล่าเหยื่อจะมุดก็จะมีน้อยลง การอัดปลาเพื่อให้ปลาขึ้นสู่ผิวน้ำจะทำได้อย่างต่อเนื่องหากนักตกปลาตั้งค่าเบรกไว้เหมาะสมแต่แรก การตกปลาจากฝั่งที่จำเป็นต้องงัดปลาเข้าฝั่งไปพร้อมๆกับสวะหรืออุปสรรคบริเวณริมตลิ่ง แรงงัดของคันจะถูกกำหนดโดยค่าเบรกที่เราตั้งไว้ หากตั้งค่าเบรคให้แข็งจนสายไม่สามารถจะออกจากรอกได้อย่างสะดวกแล้ว เพาเวอร์จากคันเบ็ดก็จะช่วยงัดทั้งปลาและสวะต่างๆให้เข้าฝั่งได้ง่ายขึ้น แต่หากเบรกแข็งมากเกินไปจนคันออกแรงงัดสูง ความเสี่ยงและโอกาสที่จะสายจะขาดก็มีมากขึ้นตามมาเช่นเดียวกัน ดังนั้นในหมายที่รกร้าง พื้นที่แคบ และหมายมีสภาพเลว ข้อจำกัดเหล่านี้ ทำให้นักตกปลาที่มีความชำนาญจะเลือกการตั้งค่าเบรกให้แข็งพอสมควร เพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสียปลาหลังจากที่ปลาชาร์จเหยื่อ



2. การตั้งค่าเบรกให้เหมาะสมกับอุปกรณ์

การตั้งค่าเบรกของรอกให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ในที่นี้ก็คือเหมาะสมกับ รอก คัน สาย และเหยื่อปลอม
คัน รอก และสาย ถูกกำหนดสเปคมาแล้วจากผู้ผลิต เช่น คันเบ็ดคันนี้เหมาะสมกับสายกี่ปอนด์ เช่น 6- 14 ,8-17, 10-20 ,15-30 lbs รอกมีไซส์ของสปูลที่จุสายที่เหมาะสมได้กี่ปอนด์ เช่น 8/140 10/120 12/100 สายประเภทต่างๆ มีขนาดแรงดึงกี่ปอนด์ ดังนั้นเรื่องของขนาดและความเหมาะสมของอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ให้แมทช์กันนั้นเป็นเรื่องพื้นฐานที่นักตกปลาทราบกันดีอยู่แล้ว แต่เรื่องที่เราจะเอามาพูดต่อไปนั่นคือการตั้งเบรกที่เหมาะสมกับการตกปลาด้วยหยื่อปลอม ซึ่งการตั้งเบรกถือว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งของการตกปลา


การตกปลาด้วยชุดอุปกรณ์ชุดเล็กและชุดอุลตร้าไลท์ นักตกปลาด้วยเหยื่อปลอมควรกำหนดค่าของการตั้งเบรกไว้แค่ปานกลางและไม่ควรให้แข็งมากเกินไป เพราะอุปกรณ์ระดับเล็กมีโอกาสที่สายจะขาดสูงมากกว่าอุปกรณ์ระดับชุดปานกลางหรือชุดใหญ่ แต่คันเบ็ดเวทระดับปานกลาง หรือแม้แต่คันใหญ่กว่านี้ ระดับ 15 -30 lbs ก็ไม่ใช่ว่าสายจะไม่มีโอกาสขาดเลย เพียงแต่มีโอกาสน้อยกว่าชุดอุปกรณ์ระดับเล็ก และส่วนมากคันที่มีเวทแข็งและใหญ่จะเกิดโอกาสปลาหลุดมากกว่าสายขาดแล้วซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งานของนักตกปลาด้วย

ทริคการตั้งค่าเบรกให้เหมาะสมกับวิธีการตกปลา

หากเป็นเหยื่อปลอมที่ต้องสร้างแอคชั่นด้วยการกรอสายด้วยความเร็วสูง ยกตัวอย่างเช่น การตกกระสูบ ชะโด ตามเขื่อน ด้วยการปั่นเหยื่อสปูน หรือเหยื่อใบพัด ที่ต้องอาศัยรอบจัด นักตกปลาควรตั้งค่าเบรกเอาไว้ที่ระดับปานกลางและค่อนข้างแข็งเอาไว้ก่อน เนื่องจากเหยื่อปลอมที่ต้องอาศัยการสร้างแอคชั่นด้วยรอบสูง ปลาที่กินเหยื่อประเภทนี้จะชาร์จเหยื่อค่อนข้างแรงและมุดลงน้ำอย่างรวดเร็ว การตั้งค่าเบรกให้แข็งจะช่วยลดความรุนแรงจากการสปริ๊นท์ของปลาในจังหวะแรกได้ดีกว่าการตั้งค่าเบรกที่อ่อนเกินไป เพราะคุณอาจจะโดนปลาลากสายออกจากรอกไปไหนต่อไหนและการปรับเบรกให้แข็งขึ้นทีหลังนั่นแหล่ะที่อาจนำสู่ความผิดพลาดในจังหวะที่คุณกำลังละล้าละลังและสูญเสียโทรฟี่ปลายสาย


ในกรณีเหยื่อปลอมประเภทผิวน้ำ เช่น ป๊อบเปอร์ หรือเหยื่อฮาร์ดเบทประเภทต่างๆ ปลาล่าเหยื่อที่เข้าชาร์จเหยื่อผิวน้ำจะเข้าชาร์จด้วยความรุนแรงมากเช่นกัน นักตกปลาควรตั้งค่าเบรกให้แข็งไว้ก่อนได้เช่นเดียวกัน


หากเป็นเหยื่อปลอมที่ต้องกรอด้วยการกรอสายความเร็วระดับปานกลาง (เหยื่อสวิมเบท) ควรตั้งระดับเบรกไว้ที่ปานกลางแต่ไม่ต้องแข็งจนเกินไปนัก เนื่องจากการเข้าชาร์จเหยื่อปลอมประเภทนี้ โอกาสที่ปลาจะชาร์จเหยื่อด้วยความรุนแรงมีไม่มากเท่ากับเหยื่อปลอมที่ต้องสร้างแอคชั่นด้วยความเร็วสูง แต่ก็ไม่ควรตั้งค่าเบรคให้อ่อนเกินไป


ในกรณีของเหยื่อปลอมที่สร้างแอคชั่นด้วยการกรอสายช้าๆ หรือเหยื่อปลั๊กที่มีขนาดเล็ก นักตกปลาไม่ควรตั้งค่าเบรกแข็งเพราะจะทำให้ปลาหลุดเอาได้ เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้ตกปลาด้วยเหยื่อลักษณะนี้จะมีขนาดเล็ก ตัวเบ็ดของเหยื่อปลอมก็มีขนาดเล็ก การตั้งค่าเบรกแข็งเกินไปจะทำให้คุณมีโอกาสสูญเสียปลาจากจังหวะที่ปลากินหรือกระชาก หรือแม้แต่กระทั่งขณะที่คุณงัดปลาเข้าฝั่ง นักตกปลาระดับโปรในต่างประเทศมีเทคนิคการใช้เหยื่อปลอมขนาดเล็กที่ว่ายช้าๆด้วยการตั้งค่าเบรกให้อ่อน (loose brake) และวัดซ้ำอีกทีเมื่อปลาชาร์จเหยื่อเข้าไปแล้ว หลายครั้งที่นักตกปลาเอาปลาขึ้นมาได้ก็จะพบว่าเหยื่อขนาดเล็กจะเข้าไปอยู่ในปากด้านในของปลาซึ่งโอกาสที่ปลาจะหลุดเพราะเหยื่อมีขนาดเล็กก็จะมีน้อยลง ดังนั้นนักตกปลาระดับโปรในต่างประเทศที่ใช้อปุกรณ์ตกปลาและเหยื่อขนาดเล็กจะนิยมตั้งค่าเบรกให้อ่อนเพื่อให้ปลาฮุบเหยื่อไว้ในปากและลากออกไปในไม้แรก หลังจากนั้นจึงค่อยๆปรับเบรกสู้ปลาให้เหมาะสมทีหลัง


สรุปคือ การตั้งค่าเบรกเป็นสิ่งที่นักตกปลาด้วยเหยื่อปลอมไม่ควรละเลยหรือมองข้าม เพราะการตกปลาด้วยเหยื่อปลอมแตกต่างจากการตกปลาที่ตกด้วยวิธีการอื่นๆที่ตั้งค่าเบรกเอาไว้หลังจากตีเหยื่อแล้ววางคันบนพื้นเพื่อรอปลามากิน การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมจึงต้องอาศัยเทคนิคหรือทริคต่างๆมาช่วยให้ได้ปลามากกว่าวิธีการตกปลา เรื่องของการตั้งค่าเบรกจึงเป็นเรื่องที่นักตกปลาควรใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้เพื่อช่วยให้การตกปลาของคุณง่ายและสะดวกขึ้น นอกจากนี้ยังมันยังทำให้คุณพบความผิดพลาดน้อยลง นักตกปลาระดับโปรในต่างประเทศให้ความสนใจและวิจัยในเรื่องนี้มาก่อนแล้วอย่างจริงจัง หลายครั้งเราจึงพบว่านักตกปลาในต่างประเทศเลือกใช้คันแต่ละเวทอุปกรณ์แต่ละชนิดที่เหมาะสมกับเหยื่อปลอมแต่ละประเภท หรือแม้แต่เหยื่อประเภทเดียวกันแต่คนละไซส์หรือคนละสีพวกเขายังใช้อุปกรณ์แยกจากกัน ในขณะที่นักตกปลาในบ้านเราอาจจะละเลยหรือไม่ทันดูว่าเหยื่อปลอมที่คุณซื้อมาที่มีฉลากเป็นภาษาต่างประเทศในนั้นนอกจากจะบอกเทคนิค ทริค วิธีการใช้เหยื่อ เวทของคันที่ควรใช้กับเหยื่อตัวนี้แล้ว รายละเอียดอื่นๆและการตั้งค่าเบรกบางครั้งก็ปรากกฏให้เห็นในวีดีโอแนะนำเหยื่อของผู้ผลิตอีกด้วย
ก่อนเปลี่ยนเหยื่อทุกครั้งอย่าลืมนึกถึงการตั้งค่าเบรก สิ่งเล็กๆน้อยเหล่านี้อาจช่วยให้คุณลดโอกาสในการสูญเสียโทรฟี่ปลายสายของคุณได้เหมือนกัน


ฝากไว้อีกนิดข้อควรระวังที่สำคัญสำหรับมือใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการตกปลาด้วยเหยื่อปลอมหรือตกปลาด้วยวิธีอื่น ในขณะที่ปลาชาร์จหรือจังหวะที่ปลากระชากสาย อย่ารีบปรับเบรกทันทีในขณะที่ปลากำลังลากสายออกจากรอกอย่างรุนแรง รอให้ปลาลากจนหยุดหรือแรงของการกระชากสายของปลาแผ่วลงเสียก่อนแล้วค่อยปรับระดับเบรคจะเป็นวิธีที่ลดความสูญเสียได้ดีที่สุด



ขอขอบพระคุณข้อมูลดีๆจาก


ขอขอบพระคุณรูปภาพสวยๆจากทุกที่มาครับ 

เรียบเรียงข้อมูลโดยจันทบุรีฟิชชิ่ง

รูปแบบการตกด้วยเหยื่อยาง (Carolina Rig)


แบบที่1 Carolina Rig แคโรไลน่า ริ๊ก
ชื่อ นี้ทุกท่านน่าจะคุ้นหูกันดี คำว่า ริ๊ก แปลว่า เล่ห์ หรือ อุบาย การประกอบก็ตามรูปครับ ตามตำราแต่ดั้งเดิม บอกว่าให้ใช้ ตะกั่วรูปทรงลูกปืน หรือทรงรักบี้ ทรงกลมก็ได้ เน้นก็ตรงที่ขนาดให้เล็กไว้ก่อน เพื่อเมื่อปลากินเหยื่อ จะได้ไม่มีแรงกดของตะกั่ว ทำให้ปลาระแวงคายเหยื่อ สายหลีดที่ใช้ ควรใช้สายเล็ก ๆ และควรเป็นสีที่ไม่สะดุดตาไปกว่าเหยื่อยางของเรา อาจเป็นใสธรรมดา หรื่อหากปลามีฟัน และครีบที่คม ใช้สายถัก หรือ สายลวดหุ้มพลาสติกเล็ก ๆ ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด


ข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ ตัวเบ็ดที่นิยมใช้กับเหยื่อยางนี้ มีก้านยาวพอสมควร หากปลาไม่กลืนเหยื่อ ก็คงไม่ทำอันตรายกับสายเราได้ ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพการณ์แต่ละครั้งของการตกปลาครับ จากตัวเบ็ดสายลีดเดอร์นิยมใช้ยาวอยู่ประมาณ 8-10 นิ้ว หรือยาวมากกว่า ผูกเข้ากับลูกหมุน ตามด้วย ลูกปัดเล็ก ๆ ไม่ควรใช้สีสะดุดตา ต่อด้วยตะกั่วทรงลูกปืน



หมาย เหตุ ลูกปัดใส่สำหรับ กัน ตะกั่ว ซึ่งมีเนื่ออ่อน กดทับลูกหมุน จนเป็นรอยบาก ซึ่งอาจทำอันตรายกับสายเบ็ดได้


การใช้งานแบบ Carolina Rig นี้ เหมาะกับการตกปลาโดยมีข้อสังเกตดังนี้

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhG-f0LKF74CHdROnrjc_oMPn7K2P1o2TmnPBqlr1cen6SkB8oJsVnizS7Snz4JhhGPYg9Zs_P-hVxIFBeFkZPBD8JdfCzTdf0oBzbz2h7Vng0svCihTNYq36VyDFHkW2RKiuzwOiOl_iO2/s400/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%874.jpg

1. มักใช้งานกับสภาพพื้นน้ำที่มีดินตะกอนทับถมอยู่มากหรือขั้นเป็นดินเลน การประกอบเหยื่อแบบนี้ มักนิยมใช้ร่วมกับเหยื่อ แบบลอย มากกว่าแบบ เหยื่อจมนะครับ หากผู้ผลิตไม่แจ้ง ก่อนใช้งาน เราควรทดสอบด้วยการทิ้งลงน้ำดูก่อน ว่าเหยื่อยางที่เรามีอยู่นั้น ลอยน้ำหรือจมน้ำ ข้อนี้ เป็นตัวเลือกสำคัญ ในการใช้งานให้เหมาะกับพื้นที่ และ ชนิดปลาหรือระยะที่ปลาแต่ละชนิดเฝ้ารอเหยื่ออยู่


2. เหมาะ กับแหล่งสภาพน้ำไหล เช่นลำธาร หรือแม่น้ำ คลองส่งน้ำ สายลีดเดอร์ที่ยาวนี้จะช่วยให้เหยื่อพลิ้วไหว อย่างนุ่มนวล ไม่สั่นระริก จนปลางับไม่ทัน หรือเหยื่อโดนแรงน้ำ พัดจนส่ายเสียปลาตกใจ แทนที่จะเข้าชาร์ตเหยื่อ เรื่องนี้ นักตกปลาทะเลส่วนใหญ่ เข้าใจเรื่องสายหน้า ยาว ๆ นี้ดีครับ


3. มัก ดูช่วงเวลา และชนิดปลาล่าเหยื่อเป็นหลัก เมื่อเราประกอบเข้ากับเหยื่อแบบจม เหยื่อจะคืบคลาน บนผิวดินใต้น้ำ หากใช้เหยื่อลอย เหยื่อจะถูกยกขึ้นจากพื้นน้ำ ปลาที่ไม่ได้นอนรอเหยื่ออยู่พื้นน้ำจะสามารถเห็นเหยื่อได้ง่ายขึ้น

==============================


แบบที่2 การประกอบเหยื่อแบบ Texas Rig

การประกอบแบบนี้ ดูได้ที่ภาพครับ จะเห็นว่า ตะกั่ว จะอยู่ติดกับตัวเบ็ด อาจรองลูกปัดเล็ก ๆ กันกระแทก ด้วยสีสะดุดตา ก็ได้ครับ




การ ประกอบชุดสายหน้า แบบ เท็กซัส ริ๊ก นี้ นิยมใช้กับทั้งเหยื่อจม และเหยื่อลอย หากแต่เหยื่อลอย จะเป็นทางเลือกที่นิยมกว่า เพราะขณะสร้างแอ็คชั่น เราสามารถหย่อนสาย ให้ตัวเหยื่อลอยขั้นกว่าปกติ แล้วเพียงกระตุกเบา ๆ ก็สามารถสร้างแอ็คชั่นไห้ตัวเหยื่อได้อีกแบบ ปกติเมื่อประกอบเข้ากับเหยื่อลอย ตัวเหยื่อจะทำมุมตั้งขั้น ประมาณ 70-80 องศา (ในขณะเรากรอสายกลับมาช้า ๆ ) ทำให้ปลาที่กบดาน หรือเฝ้ารอเหยื่ออยู่ที่หน้าพื้นดิน เข้าชาร์ตเหยื่อแบบหวังผลได้ค่อนข้างสูง

==============================





แบบที่3 คือแบบการใช้เบ็ดหัวจิ๊กประกอบเข้ากับตัวเหยื่อโดยตรง

แบบ นี้ นับเป็นทางเลือกที่สะดวกเช่นกัน หากปลาที่ตกไม่ระแวงกับหัวจิ๊ก ที่ออกจะหนักสักนิด (นิดเดียวจริงๆ ) ก็คงไม่พลาดได้ปลามาเชยชมแน่นอน


==============================



แบบที่4 คือการใช้ตัวเบ็ดแบบฝังเข้าตัวเหยื่อแล้วโผล่คมออกมาด้านนอก


การประกอบเหยื่อแบบนี้ เหมาะกับพื้นน้ำเปิด หรือไม่มีอุปสรรคใต้น้ำนะครับ ใช้กันมาก ๆ ก็การจิ๊กเหยื่อจากที่สูง หรือบนเรือครับ ข้อควรระวัง ก็คือการประกอบควรให้ คมเบ็ดโผล่ออกมาด้านหางไม่งอเข้า นะครับ หากเราหันคมเบ็ด เข้าไว้ทางด้านหางงอ เมื่อหย่อน หรือตีเหยื่อ หางจะงอจนฝังเข้ากับคมเบ็ดได้ ทำไห้เหยื่อเสียแอ็คชั่นได้ แต่หากนักตกปลาใช้เหยื่อ กรับหางงอนี้แบบลากผ่านผิวหน้าดิน และไม่ได้เหวี่ยงเบ็ดแบบด้วยแรงที่มากนักการเกี่ยวแบบคมเบ็ดโผล่ทางด้านหาง งอก็นิยมทำกันมานาน นัยย์ว่าเมื่อเบ็ดลากที่ผิวหน้าดิน หางงอจะหงาย และต้านน้ำ ทำให้ออกแอ็คชั่นได้ดีกว่า แต่สำที่ผมใช้ตกปลาบ่อย ๆ มักเกี่ยวคมโผล่ออกอย่างที่กล่าวไว้ตอนแรกครับปลากัดเหมือนกันลองปรับใช้ดู นะครับ


==============================


แบบที่5 คือการใช้เบ็ดก้านสั้น
จากในภาพมีแขนกันสวะ หรือป้องกันตัวเบ็ดเกี่ยวกับกับ อุปสรรคใต้น้ำ การประกอบเหยื่อแบบนี้มักหวังผลกับปลาที่อยู่ตามตอ หรือ กองหินกลางน้ำ นักตกปลาส่วนมากนิยมตีเหยื่อที่ประกอบแบบนี้เข้าหาตอไม้กลางน้ำเลยครับ ตัวเหยื่อจะตกลงน้ำ แบบจมลงช้ากว่า ปกติ (หมายถึงเจ้าตัวยาวด้านบนครับ) อาจมีเจ้าตัวใต้น้ำที่เฝ้าตออยู่ เข้าชาร์ตได้ทันที  การสร้างแอ็คชั่นใต้ผิวน้ำก็สามารถทำได้ปกตินะครับ นิยม กระตุกให้ตัวเหยื่อลอยขึ้น แล้วหยุดมากกว่าการกรอสายกลับธรรมดา

รูป แบบการใช้งานคร่าว ๆ อย่างที่หลายท่านเคยได้ทราบและเคยสัมผัสมา คงครอบคลุมไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อน ส่วนการประกอบ แบบพิเศษ และรูปแบบการใช้งานที่ต่างออกไป เช่นการตีเหยื่อบริเวณอุปสรรคมีอยู่มาก เช่น จอก แหน กอบัว

ปกติผมจะไม่กระตุกเหยื่อเท่าใดนัก กับการการประกอบชุดปลายสายแบบที่กล่าวมายกเว้นรู้สึกได้ว่าเหยื่อจมดินเลนใต้น้ำ หรือปลาไม่สนเหยื่อจริงๆแล้วเท่านั้น หัวใจของการใช้เหยื่อยางคือการเคลื่อนที่ช้า ครับ เมื่อตีเหยื่อผมจะมองข้างตลิ่งก่อนเลย ไม่ก็ตอไม้ ที่โพล่ขึ้นเหนือน้ำ ถ้าอยู่บนเรือ ก็มักตีเหยื่อตกริมตลิ่ง ไม่ก็บนหินแล้วค่อยให้เหยื่อหล่นลงน้ำเบา ๆ จากนั้น เมื่อเหยื่อถึงพื้นน้ำ การกรอสายเข้า อย่างช้า ๆ (ช้าที่สุดเท่าที่จะช้าได้ ) เป็นหัวใจของการใช้หนอนยาง เพราะในธรรมชาติ ไม่มีหนอน หรือใส้เดือนตัวใด กระโดดได้ใต้น้ำนะครับ ยกเว้นเหยื่อยางจะรูปร่าง คล้ายปลา หรือที่นิยมใช้แบบกระตุก มาก ๆ ก็เป็นพวกรูปร่างที่มีแพนหางแบนและใหญ่ครับ ข้อมูลนี้ ผมได้จากการใช้งานส่วนตัว รวมถึงคนที่ผมรู้จัก ปลาช่อนเองก็เช่นกัน ผมเคยตกแบบ อยู่บนบ้านพักพิมน้ำ น้ำก็ใสมีปลาช่อนขยับครีบเบา ๆ อยู่กับที่ใต้แพ ผมหย่อนเจ้าหนอนยางหางงอลงไป กระตุกผ่านหน้าปลา ตั้งหลายที ไม่ยอมเข้าชาร์ตครับ จนค่อย ๆ ลาก ผ่านหน้า ช้า ๆ ปลาเข้างับทันที เรื่องระยะ การขยอก หรือกลืนเหยื่อของปลาช่อน มีอยู่บ้าง สังเกตจากการใช้จิ่งจกยางอดีต รวมถึงหลายท่าน ก็มักจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าให้รอนับเลขในใจสักนิด ค่อยวัดเหยื่อ

ในตอนท้ายนี้ ขอเสริมรูปแบบประยุกต์การใช้หนอนยาง สักนิด คือการประกอบแบบ Finesse rig (ฟินเนส ริ๊ก) หรือนิยมเรียกอีกอย่าง ตามลักษณะการประกอบว่า Split shot rig (สปริท ชอร์ท ริ๊ก) การประกอบใช้เหยื่อรูปแบบนี้ ไม่ยากครับ ส่วนมาก นิยมตะกั่วบีบขนาดเล็ก ๆ น้ำหนักเพียงสัก 2-4 กรัม บีบไว้ที่สายเหนือตัวตัวเบ็ดราว ๆ 8-10 นิ้วครับ การใช้เหยื่อรูปแบบนี้ เหมาะกับเหยื่อยางทั้งแบบจมและลอยครับ แบบลอยจะทำให้ตัวเหยื่อตกถึงพื้นช้ากว่า ตอนเรากระตุกให้เหยื่อกระโดดครับ การกระตุกให้กระโดดนี้ สองแบบแรกที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ก็นิยมใช้กันนะครับ แต่แบบ Finesse rig นี้ผมค่อนข้างนิยมใช้ร่วมกับแอ็คชั่นกระโดดมากกว่าครับ

การ ปฏิบัติ เมื่อเราตีเหยื่อเข้าสู่เป้าหมาย รอให้เหยื่อจมถึงพื้นน้ำครับ ตะกั่วเม็ดเล็ก จะค่อย ๆ พาเหยื่อยางถึงพื้นน้ำ หากตัวเหยื่อ พริ้วไหวผ่านหน้าปลาล่าเหยื่อ มันอาจเข้าชาร์ททันที จากพื้นน้ำ ให้เรากระตุกเหยื่อเพียง 1 ครั้ง คันทำมุม สัก 60-80 องศาขณะ รอให้เหยื่อตกถึงพื้นนำอีกครั้ง (เมื่อปลาชาร์ทเราจะรู้สึกได้ไวกว่ามากครับ) อาจกระตุกครั้งที่สอง โดยยังไม่กรอสายครับ กรณีที่เหยื่อเคลื่อนที่กลับมาไม่มากนัก การเคลื่อน ที่ของเหยื่อ จะกระโดดขั้น ตามตะกั่วเม็ดเล็ก แล้ว ดิ่งพริ้วสู่พื้นตามตะกั่วเม็ดเล็กเช่นกัน (ให้นึกถึงคนโดดร่มครับ ) ปลาที่ไม่ได้นอนนิ่งอยู่ผิวน้ำ เมื่อเห็นเหยื่อเรากระโดด จะให้ความสนใจ และกว่าครึ่งจะชาร์ตเหยื่อขณะเหยื่อพริ้วจมลงครับ



==============================



ขอขอบคุณข้อมูลจาก 
 fishing4you.com ,g-fishinggame.blogspot.com,จ้าวน้อยฟิชชิ่ง
==============================

ร้านปานทิพย์ฟิชชิ่ง Pantipfishing

 ร้านปานทิพย์ฟิชชิ่ง
ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ตกปลา...ปานทิพย์พิชชิ่ง !!! ร้านนี้เพิ่งเปิดใหม่ครับ อยู่สี่แยกหนองสีงา อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ทางไปหาดคุ้งวิมาน หาดเจ้าหลาว และหาดแหลมเสด็จ


เจ้าของร้าน (น้ารวย รวย) เปิดร้านด้วยใจที่รักในการตกปลาสุดๆ มีประสปการณในการตกปลาสูง อัธยาศัยดี สนุกสนานเฮฮา เป็นกันเอง ครับ


ถึงแม้ของจะยังไม่เยอะเท่าร้านเก่าๆ แต่จะมีมาลงเพิ่มอีกเรื่อยๆ 

 มีโปรโมชั่นดีๆ ลด แลก แจก แถม ตลอดปี


มีบริการรับสั่งของ และจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์ ทั่วประเทศไทย มีเรือเร็วให้เช่าออกทริปตกปลา หมายเด็ดๆทะเลจันด้วยครับ มาเที่ยวทะเลจัน อย่าลืมแวะ เยี่ยมเยือนร้านกันก่อนนะครับ


เบอร์ติดต่อโทร 086-8330205 ครับ 

=============================
โฆษณาโดยจันทบุรีฟิชชิ่ง
=============================

บ่อต้นข้าวฟิชชิ่ง Tonkaowfishing



 บ่อ "ต้นข้าวฟิชชิ่ง" 
 ทางไปอู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสิน เปิดทุกวัน ราคาตอนนี้ 80/คัน ตั้งอยู่ที เสม็ดงาม ต.หนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี เนื้อที่บ่อประมาณ 5-6 ไร่ เจ้าของชื่อ"พี่แอ้ม" อัธยาศัยดี ใจกว้าง 

 เป็นบ่อกึ่งธรรมชาติ นักล่าประจำบ่อเด่นๆก็มีปลากระพง ปลาเก๋า คับ


 
ตอนนี้ค่าคัน 80 บาทต่อคัน ครับแต่จะลงปลาเพิ่มอีก น่าจะคิด100/คัน ครับ คับ ตอนนี้ยังเปิดไม่เป็นทางการเท่าไรคับ



 สนใจติดต่อได้ที่ 084-1361237,087-9424549 พี่แอ้มครับ

 =============================
 โฆษณาโดยจันทบุรีฟิชชิ่ง
 ============================= 

ปลาอินทรีย์ King mackerel

 ปลาอินทรี

ปลาอินทรีมีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า : King mackerel, Spotted mackerel, Seerfish)
เป็นปลาทะเลจำพวกหนึ่ง จัดอยู่ในสกุล Scomberomorus ในวงศ์ Scombridae 


ปลาอินทรีมีรูปร่างโดยรวม คือ มีลำตัวแบนข้างเรียวยาว คอดหางกิ่ว ปลายหางเว้าเป็นแฉกลึก ส่วนหัวและปลายปากแหลม ภายในปากในบางชนิดและปลาขนาดใหญ่จะเห็นฟันแหลมคมอย่างชัดเจน

 อาศัยอยู่เป็นฝูงใกล้ผิวน้ำ มีลวดลายเป็นจุดหรือบั้งตามแต่ชนิด จัดเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่สกุลหนึ่งในวงศ์ คือ มีความยาวโดยเฉลี่ยประมาณ 1 เมตร หาอาหารโดยไล่กินปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็กกว่า อาศัยอยู่ในทะเลเปิดทั่วโลกในเขตอบอุ่น เป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง

 โดยในประเทศไทยนิยมนำมาทอดหรือทำเป็นปลาเค็ม ซึ่งในภาษาแต้จิ๋วจะเรียกว่า "เบกาฮื้อ"

 นิยมตกเป็นเกมกีฬาด้วย ปัจจุบันพบแล้วประมาณ 18 ชนิด ในน่านน้ำไทยมีชุกชุมอยู่ 2 ชนิด คือ

ปลาอินทรีบั้ง (S. commerson) 


ปลาอินทรีจุด (S. guttatus) 
โดยปลาในสกุลนี้เป็นปลาทะเลทั้งหมด
แต่มีบางชนิดที่มีรายงานว่า พบปลาวัยอ่อนในเขตปากแม่น้ำหรือน้ำจืดด้วย คือ ปลาอินทรีทะเลสาบเขมร (S. sinensis) ที่พบว่ามีบางส่วนอาศัยอยู่ที่บริเวณปากแม่น้ำโขงหรือทะเลสาบเขมร

ส่วนในจังหวัดจันทบุรีก็มีให้ตกอยู่เสมอครับ ในส่วนนี้คือผลงานจากทะเลแหลมสิงห์

===============================
ขอขอบคุณที่มาจาก